<?xml version='1.0' encoding='UTF-8'?><?xml-stylesheet href="http://www.blogger.com/styles/atom.css" type="text/css"?><feed xmlns='http://www.w3.org/2005/Atom' xmlns:openSearch='http://a9.com/-/spec/opensearchrss/1.0/' xmlns:georss='http://www.georss.org/georss' xmlns:gd='http://schemas.google.com/g/2005' xmlns:thr='http://purl.org/syndication/thread/1.0'><id>tag:blogger.com,1999:blog-4715777919311656922</id><updated>2011-07-29T02:53:55.256-07:00</updated><category term='ออกแบบบรรจุภัณฑ์'/><category term='ออกแบบกล่อง'/><category term='packaging'/><category term='กระดาษ'/><category term='โปรแกรมออกแบบกล่อง'/><category term='thai-packaging'/><category term='บรรจุภัณฑ์โฟม'/><category term='กฏเกณฑ์ส่งออกวัสดุไม้'/><category term='ฉลากบรรจุภัณฑ์'/><category term='บรรจุภัณฑ์แก้ว'/><category term='กระป๋องสเปรย์'/><category term='ประโยชน์บรรจุภัณฑ์'/><category term='ประสิทธิภาพบรรจุภัณฑ์'/><category term='กล่องกระดาษ'/><category term='ฟิลม์พลาสติก'/><category term='บรรจุภัณฑ์กระดาษ'/><category term='บรรจุภัณฑ์คืออะไร'/><category term='กระป๋องฉีดพ่น'/><category term='มาตรฐานพลาสติก'/><category term='บรรจุภัณฑ์โลหะ'/><category term='thaipackaging'/><category term='การบรรจุภัณฑ์'/><category term='การออกแบบบรรจุภัณฑ์'/><category term='thai packaging'/><category term='ขวดพลาสติก'/><category term='บรรจุภัณฑ์'/><category term='บรรจุภัณฑ์พลาสติก'/><category term='บรรจุภัณฑ์ทำด้วยแก้ว'/><category term='บรรจุภัณฑ์กระป๋อง'/><category term='การแพ็คของ'/><title type='text'>บรรจุภัณฑ์</title><subtitle type='html'>รวบรวมข้อมูลของวัสดุบรรจุภัณฑ์ทุกชนิด thaipackaging การออกแบบบรรจุภัณฑ์  บรรจุภัณฑ์พลาสติก  บรรจุภัณฑ์กระดาษ</subtitle><link rel='http://schemas.google.com/g/2005#feed' type='application/atom+xml' href='http://thaipackaging.blogspot.com/feeds/posts/default'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/4715777919311656922/posts/default?max-results=100'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://thaipackaging.blogspot.com/'/><link rel='hub' href='http://pubsubhubbub.appspot.com/'/><author><name>หนุ่ม</name><uri>http://www.blogger.com/profile/11295384231856142650</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><generator version='7.00' uri='http://www.blogger.com'>Blogger</generator><openSearch:totalResults>24</openSearch:totalResults><openSearch:startIndex>1</openSearch:startIndex><openSearch:itemsPerPage>100</openSearch:itemsPerPage><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-4715777919311656922.post-5771038732600600721</id><published>2009-07-18T02:49:00.000-07:00</published><updated>2009-07-18T02:54:33.926-07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='บรรจุภัณฑ์กระป๋อง'/><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='กระป๋องฉีดพ่น'/><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='กระป๋องสเปรย์'/><title type='text'>กระป๋องสเปรย์</title><content type='html'>&lt;span style="font-family:arial;"&gt;&lt;span style="color:#666666;"&gt;&lt;strong&gt;กระป๋องฉีดพ่นหรือกระป๋องสเปรย์ ( Aerosols )&lt;br /&gt;&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;คือบรรจุภัณฑ์ที่อัดด้วยความดัน และมีวาลว์ สำหรับฉีดพ่น ได้แก่ เครื่องสำอางน้ำยาระงับกลิ่น&lt;br /&gt;ครีมโกนหนวด น้ำหอม ยาฆ่าแมลงสีพ่นรถยนต์ เป็นต้น&lt;br /&gt;วัสดุที่นำมาใช้ในการผลิตกระป๋องฉีดพ่น มีหลากหลายชนิด อาทิ แก้วพลาสติก&lt;br /&gt;อะลูมิเนียม โลหะเคลือบผิว&lt;br /&gt;ซึ่งก็มีข้อดี ข้อเสียต่างกัน ดังนั้น ในการเลือกใช้วัสดุต้องคำนึงถึงผลิตภัณฑ์ที่นำมาบรรจุ เช่น ผลิตภัณฑ์พ่นที่มีการกัดกร่อนโลหะ&lt;br /&gt;หรือไม่ต้องการให้เกิดปฏิกิริยากับสารอื่น ก็ควรเลือกบรรจุภัณฑ์ที่ทำมาจากแก้ว&lt;br /&gt;แต่แก้วมีข้อเสียตรงที่แตกง่ายและทนต่อแรงดันน้อย ดังนั้นในกระบวนการผลิตมักเคลือบด้วยพลาสติกจำพวก พอลิไวนิลลิดีนคลอไรด์ ( Polyvinylidinechloride : PVDC )&lt;br /&gt;เพื่ออุดรอยรั่วและทำให้แก่วมีความทนทานต่อแรงดันภายในได้ &lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/4715777919311656922-5771038732600600721?l=thaipackaging.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/4715777919311656922/posts/default/5771038732600600721'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/4715777919311656922/posts/default/5771038732600600721'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://thaipackaging.blogspot.com/2009/07/blog-post.html' title='กระป๋องสเปรย์'/><author><name>หนุ่ม</name><uri>http://www.blogger.com/profile/11295384231856142650</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-4715777919311656922.post-3787693389168182821</id><published>2009-06-13T22:12:00.000-07:00</published><updated>2009-06-13T22:15:24.557-07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='บรรจุภัณฑ์'/><title type='text'>บรรจุภัณฑ์ช่วยโลก</title><content type='html'>&lt;span style="font-family:arial;color:#009900;"&gt;ปัจจุบันจากกระแสภาวะโลกร้อน และสภาพอากาศร้อนมีพายุแปรปรวนตลอดเวลา เหมือนเป็นการตอกย้ำให้คนบนโลกนี้หันมาใส่ใจทางด้านมลภาวะที่เกิดขึ้นจากสภาพแวดล้อมหลายปัจจัย บรรจุภัณฑ์ก็เป็นสาเหตุสำคัญปัจจัยหนึ่งที่มีส่วนเกี่ยวข้องในการที่จะลดภาวะโลกร้อนบนโลกใบนี้ได้เป็นอย่างดี เพราะบรรจุภัณฑ์ส่วนใหญ่ทำจากวัสดุพลาสติก โฟม และวัสดุอื่นๆที่ย่อยสลายได้ยาก ขบวนการในการกำจัดสิ่งเหล่านี้ล้วนทำให้เกิดมลพิษกับโลกอย่างมาก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;สิ่งเหล่านี้ทำให้นักผลิตบรรจุภัณฑ์ทั้งหลายเริ่มหันมามองวัสดุที่สามารถทดแทนกันได้ แต่เนื่องจากบรรจุภัณฑ์เพื่อสิ่งแวดล้อมในบ้านเรายังไม่ได้รับการยอมรับเท่าที่ควร ส่วนหนึ่งอาจจะมาจากพ่อค้าแม่ค้าไม้ยอมรับการเปลี่ยนแปลง และปัจจัยทางด้านราคาซึ่งแพงกว่าโฟมถึง 2-3 เท่า แต่ถูกกว่าพลาสติกใช้แล้วทิ้งอย่างไรก็ดี &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#009900;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#009900;"&gt;เมื่อกระแสโลกร้อน และสภาวะอากาศเปลี่ยนแปลงร้อนแรงขึ้นมา เป็นโอกาสดีให้ผลิตภัณฑ์เพื่อสิ่งแวดล้อมออกสู่ตลาดมากขึ้น เพราะง่ายต่อการทำตลาด เกาะกรแสไปได้ทันที ทำกิจกรรมการตลาดได้รอบด้านเช่นเดียวกับ "ภาชนะ" เพื่อสิ่งแวดล้อม ที่ผลิตบรรจุภัณฑ์ประเภทจาน ชาม ถ้วย แก้วน้ำ แก้วกาแฟ กล่องใส่อาหาร ถาดหลุม จาก "ชานอ้อย" ในเชิงพาณิชย์ ส่งออกไปตลาดยุโรแมาแล้วหลายปีกว่า 27 แบบ ราคาเฉลี่ย 2-5 บาท/ใบ ขึ้นอยู่กับขนาด อาทิ ชาน 10 นิ้ว ราคาประมาณ 5 บาท/ใบ, ชามราคา 2.80 บาท/ใบ, แก้วราคา 2050 บาท/ใบ เป็นต้น ด้วยคุณสมบัติเด่น "เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม" ใช้ได้กับน้ำ อาหาร ทั้งร้อนและเย็น เข้าเตาะอบไมโครเวฟได้ ไม่มีสารปนเปื้อน ปลอดจากคลอรีน สำคัญที่สุดย่อยสลายด้วยวิธีการทางธรรมชาติโดยการฝังกลบภายใน 45 วัน ขณะที่ตลาดในประเทศใช้ช่องทางจำหน่ายโมเดิร์นเทรดเป็นประตูกระจายสินค้าสู่ผู้บริโภค อาทิ ท็อปส์ คาร์ฟูร์ เทสโก้ โลตัส  &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#009900;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#009900;"&gt;จากกระบวนการผลิตที่เรียบง่าย เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ใช้เยื่อกระดาษชานอ้อยจากธรรมชาติที่ไม่ใช้คลอรีนในการฟอกสี (EFC) จึงสะอาดปลอดภัยจากสารปนเปื้อน และไม่ก่อให้เกิดของเสียจากระบวนการผลิต และทุกชิ้นได้ผ่านการฆ่าเชื้อด้วยแสง UV ก่อนถึงมือผู้บริโภค นับเป็นบรรจุภัณฑ์เพื่อช่วยโลกได้อีกวิธีหนึ่ง&lt;/span&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/4715777919311656922-3787693389168182821?l=thaipackaging.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/4715777919311656922/posts/default/3787693389168182821'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/4715777919311656922/posts/default/3787693389168182821'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://thaipackaging.blogspot.com/2009/06/blog-post_13.html' title='บรรจุภัณฑ์ช่วยโลก'/><author><name>หนุ่ม</name><uri>http://www.blogger.com/profile/11295384231856142650</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-4715777919311656922.post-4019943831101171809</id><published>2009-06-08T08:43:00.000-07:00</published><updated>2009-06-08T23:29:42.114-07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='ประสิทธิภาพบรรจุภัณฑ์'/><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='บรรจุภัณฑ์'/><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='thaipackaging'/><title type='text'>ประสิทธิภาพบรรจุภัณฑ์</title><content type='html'>&lt;span style="font-family:arial;color:#333333;"&gt;&lt;span style="color:#ff0000;"&gt;ประสิทธิภาพของวัสดุบรรจุภัณฑ์&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#333333;"&gt;สำหรับการเก็บรักษาในปริมาณน้อย สามารถจะเลือกใช้บรรจุภัณฑ์ชนิดต่าง ๆ แทนหรือเสริมกับโรงเก็บ ประสิทธิภาพของบรรจุภัณฑ์ขึ้นอยู่กับวัสดุที่ใช้ทำ ซึ่งได้แก่&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;(1) ป้องกันความชื้น คือไอของความชื้นจะไม่สามารถผ่านได้เลย เช่น กระป๋องดีบุก อลูมิเนียม ขวดแก้ว พลาสติกแข็ง ถุงพลาสติกความหนา 7 มม.ขึ้นไป ซึ่งจะต้องมีการเชื่อมปิดสนิทโดยความร้อน หรือมีปะเก็นปิดเสริมที่ฝา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;(2) ต้านทานความชื้น คือไอความชื้นสามารถซึมผ่านได้ในระยะยาว เช่น พลาสติกบาง ถุงพลาสติกสานที่มีเยื่อพลาสติกบุซ้อนภายใน รวมทั้งถุงพลาสติกชนิดหนาที่ใช้การเย็บปิดปากถุง ขวดแก้วและกระป๋องกดปิดด้านบน ซึ่งไม่มีปะเก็นเสริมที่ฝา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;(3) อากาศผ่านได้ เช่น ถุงผ้า ถุงกระดาษ และกระสอบพลาสติกสาน เมล็ดพันธุ์ที่บรรจุในภาชนะปิดผนึกหรือปิดสนิท &lt;/span&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/4715777919311656922-4019943831101171809?l=thaipackaging.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/4715777919311656922/posts/default/4019943831101171809'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/4715777919311656922/posts/default/4019943831101171809'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://thaipackaging.blogspot.com/2009/06/blog-post_08.html' title='ประสิทธิภาพบรรจุภัณฑ์'/><author><name>หนุ่ม</name><uri>http://www.blogger.com/profile/11295384231856142650</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-4715777919311656922.post-2579713692121848641</id><published>2009-06-05T21:51:00.000-07:00</published><updated>2009-06-08T23:30:12.119-07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='บรรจุภัณฑ์กระป๋อง'/><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='บรรจุภัณฑ์'/><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='thaipackaging'/><title type='text'>บรรจุภัณฑ์กระป๋อง</title><content type='html'>&lt;a href="http://4.bp.blogspot.com/_kNa5TA0cevg/Sin3HAGYB3I/AAAAAAAAABU/IhwEvZy2F_U/s1600-h/%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%9B%E0%B9%8B%E0%B8%AD%E0%B8%87.jpg"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5344074132509689714" style="FLOAT: left; MARGIN: 0px 10px 10px 0px; WIDTH: 123px; CURSOR: hand; HEIGHT: 109px" alt="" src="http://4.bp.blogspot.com/_kNa5TA0cevg/Sin3HAGYB3I/AAAAAAAAABU/IhwEvZy2F_U/s200/%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%9B%E0%B9%8B%E0%B8%AD%E0%B8%87.jpg" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;span style="color:#3333ff;"&gt;&lt;span style="font-family:arial;"&gt;บรรจุภัณฑ์ประเภทกระป๋อง (CAN) &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style="font-family:arial;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;"&gt;เป็นบรรจุภัณฑ์ที่ได้รับความนิยมอย่างมาก เนื่องจากการใช้งานที่สะดวก รูปร่างแปลกใหม่ ในบทนี้จะอธิบายวัสดุกระป๋องที่ทำด้วยโลหะและกระป๋องที่ทำด้วยกระดาษจำแนกได้เป็นดังนี้ &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;"&gt;&lt;br /&gt;1. กระป๋องบรรจุอาหารและเครื่องดื่มเป็นการนำโลหะมารีดเป็นแผ่น แล้วนำไปขึ้นรูปตามความ ต้องการได้แก่&lt;br /&gt;1.1 แผ่นเหล็ก เคลือบดีบุก (tinplate) เป็นแผ่นเหล็กดำ (black– plate) ที่มีความหนาระหว่าง 0.15– 0.5 มิลลิเมตร นำ มาเคลือบผิวหน้าด้านเดียวหรือทั้งสองหน้าด้วยดีบุก เพื่อ ให้ทนทานต่อการผุกร่อน และ ไม่เป็นพิษ&lt;br /&gt;1.2 แผ่นเหล็กไม่เคลือบดีบุก แผ่นเหล็กไม่เคลือบดีบุก (tin free steel, TFS) เป็นแผ่นเหล็กดำ ที่นำมาเคลือบด้วยสารอื่นแทนดีบุก เพื่อลดต้นทุนการผลิต&lt;br /&gt;ในปัจจุบันมีการเคลือบอยู่ 3 แบบ คือ&lt;br /&gt;-เคลือบด้วยสารผสมฟอสเฟตและโครเมต เป็นฟิล์มบางๆ ใช้ทำกระป๋องบรรจุเบียร์&lt;br /&gt;น้ำผลไม้ที่มีรสเปรี้ยว และทำถังโลหะชนิดต่างๆ&lt;br /&gt;-เคลือบด้วยอะลูมิเนียม มีความทนทานต่อการกัดกร่อนเนื่องจากความชื้นได้ดี&lt;br /&gt;แต่ไม่สามารถใช้กับอาหารที่มีความเป็นกรดหรือด่างสูง&lt;br /&gt;-เคลือบด้วยโครเมียมและโครเมียมออกไซด์ เพื่อให้สามารถป้องกันการกัดกร่อนได้ดี&lt;br /&gt;นิยมใช้ทำกระป๋องบรรจุอาหารทะเล นมข้นหวาน เป็นต้น&lt;br /&gt;1.3 อะลูมิเนียมหรือโลหะผสมอะลูมิเนียม มีคุณสมบัติเด่นตรงที่มีน้ำหนักเบาทนทานต่อการกัดกร่อน เนื่องจากความชื้น แต่ไม่สามารถใช้กับอาหารที่มีความเป็นกรดเป็นด่างสูง นิยม นำมาใช้กับกระป๋องบรรจุเบียร์ น้ำอัดลม กระป๋องสำหรับฉีดพ่น กระป๋องบรรจุเครื่องสำอาง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;2. กระป๋องกระดาษ ( Composite Can ) ประกอบด้วยกระดาษมาตรฐาน 180 กรัม ต่อตารางเมตร นำมาประกอบกับแผ่นอะลูมิเนียมเปลวแล้วประกบกับฟิล์มเอทีลีน ( Ethylene ) อีกชั้นหนึ่ง โดยใช้กระดาษอยู่ที่ชั้นนอก พลาสติกอยู่ชั้นในมีกระบวนการผลิต 2 วิธี&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;2.1 แบบ Parallel Winding ใช้กระดาษชุบกาวพับรอบแกนทับกันไปเรื่อย ๆ จนได้ความหนาที่ต้องการ นิยมใช้บรรจุสินค้าทีมีน้ำหนักมาก เช่น ถังบรรจุสารเคมี ตู้เย็น เครื่องซักผ้า&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;2.2 แบบ Spiral Winding เป็นการม้วนกระดาษพับเป็นเกลียวเฉียงขึ้นไป เหมือนกับแกน&lt;br /&gt;ของกระดาษชำระ เมื่อพันเสร็จแล้วยังไม่แห้ง หลังจาปล่อยให้หายแล้วจึงตัดเป็นท่อน&lt;br /&gt;นิยมใช้บรรจุอาหารประเภทขนมขบเคี้ยว&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/4715777919311656922-2579713692121848641?l=thaipackaging.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/4715777919311656922/posts/default/2579713692121848641'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/4715777919311656922/posts/default/2579713692121848641'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://thaipackaging.blogspot.com/2009/06/blog-post_9915.html' title='บรรจุภัณฑ์กระป๋อง'/><author><name>หนุ่ม</name><uri>http://www.blogger.com/profile/11295384231856142650</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><media:thumbnail xmlns:media='http://search.yahoo.com/mrss/' url='http://4.bp.blogspot.com/_kNa5TA0cevg/Sin3HAGYB3I/AAAAAAAAABU/IhwEvZy2F_U/s72-c/%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%9B%E0%B9%8B%E0%B8%AD%E0%B8%87.jpg' height='72' width='72'/></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-4715777919311656922.post-6371963432598537521</id><published>2009-06-05T21:50:00.000-07:00</published><updated>2009-06-08T23:30:40.518-07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='บรรจุภัณฑ์แก้ว'/><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='บรรจุภัณฑ์'/><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='thaipackaging'/><title type='text'>บรรจุภัณฑ์แก้ว</title><content type='html'>&lt;a href="http://2.bp.blogspot.com/_kNa5TA0cevg/Sin38DxiMrI/AAAAAAAAABc/jQv-Oio_ei4/s1600-h/%E0%B9%81%E0%B8%81%E0%B9%89%E0%B8%A7.jpg"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5344075044029084338" style="FLOAT: right; MARGIN: 0px 0px 10px 10px; WIDTH: 74px; CURSOR: hand; HEIGHT: 132px" alt="" src="http://2.bp.blogspot.com/_kNa5TA0cevg/Sin38DxiMrI/AAAAAAAAABc/jQv-Oio_ei4/s200/%E0%B9%81%E0%B8%81%E0%B9%89%E0%B8%A7.jpg" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#990000;"&gt;&lt;strong&gt;บรรจุภัณฑ์แก้ว&lt;/strong&gt; &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#990000;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#990000;"&gt;เป็นการนำทรายหรือที่เราเรียกว่า ซิลิกา ( SiO 2 ) มีความบริสุทธิ์ 99.5 % โซดาแอซ ( Na2Co3 ) หินปูน ( CaO ) หินฟันม้า ที่มีส่วนประกอบของ SiO 2 และ A1 2 O3 หินโดโลไมต์ ที่มีส่วนประกอบของ CaO และ MaO นำทุกอย่างมาหลอมที่อุณหภูมิ2,800 องศาเซลเซียสแล้วนำไปขึ้นรูปเป็นภาชนะที่ต้องการ เช่น ขวดแก้ว คนโท จานข้าว ถ้วยชาม แก้วน้ำ เป็นต้นบรรจุภัณฑ์แก้วจำแนกออกได้เป็น 4 ประเภท&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#990000;"&gt;&lt;br /&gt;1. แก้วโซดาไลม์ ทำมาจากโซดาไลม์ ทรายโซดาแอซ ที่ผ่านกรรมวิธีอัลคาไลส์อย่างเหมาะสม มีความทนต่อกรดและด่างสูงนิยมนำมาใช้ผลิตภาชนะบรรจุยาสำหรับฉีดที่มีความเป็นกรด หรือด่าง หรือเครื่องแก้วในห้องปฏิบัติการ เช่น บิกเกอร์ หลอดทดลอง&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#990000;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#990000;"&gt;2. แก้วบอโรซิลิเกต ทำมาจากโบรอนไตรออกไซด์ ซึ่งมีคุณสมบัติในการทนท้านสูงนิยมนำมาใช้ผลิตเป็นภาชนะบรรจุยาสำหรับฉีด &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#990000;"&gt;&lt;br /&gt;3.แก้วโซดาไลม์ ที่นำมาใช้ผลิตภาชนะบรรจุยาที่ใช้สำหรับรับประทานหรือยาที่ใช้เฉพาะที่ แต่ไม่นิยมใช้เป็นภาชนะบรรจุยาสำหรับฉีด4. แก้วโซดาไลม์ ที่ไม่ใช้ทำภาชนะบรรจุยาสำหรับฉีด ยกเว้นยาฉีดที่ทดสอบความคงตัวแล้ว ไม่มีการเปลี่ยนแปลงเมื่อบรรจุในภาชนะที่ทำจากแก้วนิยมนำมาใช้เป็นภาชนะบรรจุในอุตสาหกรรมประเภทต่าง ๆ เช่น อุตสาหกรรมเบียร์ น้ำอัดลม อาหาร เครื่องสำอาง จาน ชาม &lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/4715777919311656922-6371963432598537521?l=thaipackaging.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/4715777919311656922/posts/default/6371963432598537521'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/4715777919311656922/posts/default/6371963432598537521'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://thaipackaging.blogspot.com/2009/06/blog-post_3533.html' title='บรรจุภัณฑ์แก้ว'/><author><name>หนุ่ม</name><uri>http://www.blogger.com/profile/11295384231856142650</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><media:thumbnail xmlns:media='http://search.yahoo.com/mrss/' url='http://2.bp.blogspot.com/_kNa5TA0cevg/Sin38DxiMrI/AAAAAAAAABc/jQv-Oio_ei4/s72-c/%E0%B9%81%E0%B8%81%E0%B9%89%E0%B8%A7.jpg' height='72' width='72'/></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-4715777919311656922.post-3329385022867209293</id><published>2009-06-05T01:30:00.000-07:00</published><updated>2009-06-08T23:31:10.351-07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='ฉลากบรรจุภัณฑ์'/><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='thai-packaging'/><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='บรรจุภัณฑ์'/><title type='text'>ฉลากบรรจุภัณฑ์</title><content type='html'>&lt;a href="http://3.bp.blogspot.com/_kNa5TA0cevg/SijYjY4zqrI/AAAAAAAAABM/uHezCSGBkhs/s1600-h/%E0%B8%89%E0%B8%A5%E0%B8%B2%E0%B8%81.jpg"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5343759060362832562" style="FLOAT: left; MARGIN: 0px 10px 10px 0px; WIDTH: 118px; CURSOR: hand; HEIGHT: 130px" alt="" src="http://3.bp.blogspot.com/_kNa5TA0cevg/SijYjY4zqrI/AAAAAAAAABM/uHezCSGBkhs/s200/%E0%B8%89%E0%B8%A5%E0%B8%B2%E0%B8%81.jpg" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#009900;"&gt;&lt;a href="http://www.thaipackaging.blogspot.com/"&gt;&lt;strong&gt;ฉลากบรรจุภัณฑ์&lt;/strong&gt; &lt;/a&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#009900;"&gt;&lt;br /&gt;ฉลากบรรจุภัณฑ์อาหารมีความสำคัญอย่างยิ่งกับทั้งผู้ผลิตและผู้บริโภค เพราะฉลาก สามารถ จะอธิบายถึงรายละเอียดเกี่ยวกับสินค้า ทั้งยังช่วยในการตัดสินใจของผู้บริโภคได้มาก เพราะฉะนั้นเราจึงควรศึกษากฎข้อบังคับสำหรับการผลิตฉลากว่าประกอบไปด้วยอะไร&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ข้อมูลเผยแพร่ของสถาบันพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม ได้กล่าวถึงรายละเอียดที่ต้องแสดงบนฉลากไว้ดังนี้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ต้องแสดงชื่อเฉพาะของอาหาร ชื่อสามัญหรือชื่อที่ใช้เรียกตามปกติ,&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#009900;"&gt;แสดงชื่อและที่ตั้งของผู้ผลิต กรณีนำเข้าให้แจ้งชื่อประเทศผู้ผลิตด้วย, &lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#009900;"&gt;ต้องระบุ เลขทะเบียนอาหาร หรือเลขที่อนุญาตให้ใช้ฉลากอาหาร(ถ้ามี) &lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#009900;"&gt;ให้ทราบว่าสินค้าผ่านการรับอนุญาตจากผู้อนุญาตแล้ว, &lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#009900;"&gt;ต้องแสดง ปริมาณสุทธิ เป็นระบบเมตริก ของแข็งให้ใช้เป็นน้ำหนักสุทธิ &lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#009900;"&gt;ของเหลวแจ้งเป็นปริมาตรสุทธิ, &lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#009900;"&gt;ต้องแสดงส่วนประกอบสำคัญคิดเป็น ร้อยละ หรือ ปริมาณต่อหน่วย ด้วย,&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#009900;"&gt;ต้องแสดง วัน-เดือน-ปี ที่ผลิตหรือ หมดอายุบนฉลาก, &lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#009900;"&gt;กรณีมีการแต่งสี แต่งกลิ่นต้องระบุไว้บนฉลากเสมอ เป็นต้น &lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#009900;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#009900;"&gt;รายละเอียดเหล่านี้ถือเป็น ข้อบังคับ บนฉลากที่จำเป็น และต้องพิมพ์หรือแสดงให้ชัดเจน เข้าใจง่าย เพราะสิ่งเหล่านี้ถือเป็นการ เพิ่มความเชื่อมั่น ให้กับตรายี่ห้อของสินค้า &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;/span&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/4715777919311656922-3329385022867209293?l=thaipackaging.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/4715777919311656922/posts/default/3329385022867209293'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/4715777919311656922/posts/default/3329385022867209293'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://thaipackaging.blogspot.com/2009/06/blog-post_662.html' title='ฉลากบรรจุภัณฑ์'/><author><name>หนุ่ม</name><uri>http://www.blogger.com/profile/11295384231856142650</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><media:thumbnail xmlns:media='http://search.yahoo.com/mrss/' url='http://3.bp.blogspot.com/_kNa5TA0cevg/SijYjY4zqrI/AAAAAAAAABM/uHezCSGBkhs/s72-c/%E0%B8%89%E0%B8%A5%E0%B8%B2%E0%B8%81.jpg' height='72' width='72'/></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-4715777919311656922.post-8002397891498180393</id><published>2009-06-05T01:28:00.000-07:00</published><updated>2009-06-05T01:37:47.379-07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='ออกแบบกล่อง'/><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='โปรแกรมออกแบบกล่อง'/><title type='text'>ออกแบบกล่องอย่างง่าย</title><content type='html'>&lt;span style="color:#ff9900;"&gt;&lt;strong&gt;&lt;span style="font-family:arial;"&gt;การออกแบบกล่องบรรจุภัณฑ์ หรือกล่องใส่ของทั่วไปอย่างง่ายๆ &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style="font-family:arial;"&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#ff9900;"&gt;1.ก่อนอื่นควรสังเกตว่าบรรจุภัณฑ์ ของเรามีขนาดกว้างสูงเท่าไหร่ แล้วลองคิดหน้าตาของรูปแบบที่จะออกมาว่าจะเป็นทรงอย่างไหนที่เหมาะกับการนำเสนอ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;2.เดินไปหากล่องบรรจุภันฑ์ ที่มีขายสำเร็จรูปแล้ว เช่น กล่องขนม กล่องเบียร์ ฯลฯ แกะออกมาแล้วลองดูลักษณะการออกแบบภายใน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;3. ทดลองย่อขนาดของกล่องนั้นให้เท่ากับของบรรจุภัณฑ์ของเรา ไม่จำเป็นต้องเท่ากันพอดี ตัดขนาดให้หลวมๆหน่อย อาจจะเผื่อขนาดใหญ่ขึ้นกว่าเดิม 2-3 มิลลิเมตรการทำบรรจุภัณฑ์กล่องจะต่างกันออกไป ถ้าเป็นพวกกล่องธรรมดา กระดาษไม่หนามากจะเผื่อที่น้อย&lt;br /&gt;กว่าระหว่างเส้นพับที่กล่อง แต่ถ้าเป็นกล่องลูกฟูก จะต้องเผื่อที่มากหน่อยเพราะกระดาษจะหนากว่า&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;โปรแกรมที่ใช้ในการออกแบบลายบ้างก็ใช้ Illustrator ใช้โปรแกรม Package Designer หรือโปรแกรม Esko Graphic PackEdge แล้วแต่ถนัด&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style="color:#ff9900;"&gt;&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/4715777919311656922-8002397891498180393?l=thaipackaging.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/4715777919311656922/posts/default/8002397891498180393'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/4715777919311656922/posts/default/8002397891498180393'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://thaipackaging.blogspot.com/2009/06/blog-post_05.html' title='ออกแบบกล่องอย่างง่าย'/><author><name>หนุ่ม</name><uri>http://www.blogger.com/profile/11295384231856142650</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-4715777919311656922.post-2164953474774609340</id><published>2009-06-03T23:38:00.000-07:00</published><updated>2009-06-08T23:31:32.876-07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='บรรจุภัณฑ์'/><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='กฏเกณฑ์ส่งออกวัสดุไม้'/><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='thaipackaging'/><title type='text'>กฏเกณฑ์ส่งออกวัสดุไม้</title><content type='html'>&lt;span style="font-family:arial;color:#990000;"&gt;&lt;span style="color:#333333;"&gt;Guidelines for Regulating Wood Packaging Material in International Trade&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#990000;"&gt;&lt;span style="color:#333333;"&gt;&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;แนวทางการควบคุมวัสดุบรรจุภัณฑ์ไม้เพื่อการค้าระหว่างประเทศ ซึ่งมาตรฐานดังกล่าว&lt;br /&gt;นับว่าเป็นมาตรฐานกลางที่ประเทศสมาชิกสามารถนำไปใช้เป็นแนวทางในการออก&lt;br /&gt;มาตรการของแต่ละประเทศสำหรับการควบคุมวัสดุที่ใช้ขนส่งสินค้าระหว่างประเทศที่ทำจากไม้ ซึ่งเชื่อว่าเป็นแหล่งอาศัยของศัตรูพืช เช่น ลังไม้ แท่นรอง วัสดุกันกระแทก ปัจจุบันประเทศที่นำ ISPM หมายเลข 15 มาบังคับใช้ มีอยู่หลายประเทศและมีระดับความเข้มงวดแตกต่างกัน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ตัวอย่างเช่น กลุ่มประเทศอเมริกาเหนือ เช่น สหรัฐอเมริกา แคนาดา และเม็กซิโก ได้ประกาศใช้ เมื่อวันที่ 2 มกราคม 2547 แต่ยังไม่เข้มงวดมากนัก โดยผู้ที่ไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขที่กำหนดจะได้รับการแจ้งเตือนเป็นลายลักษณ์อักษร &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#990000;"&gt;&lt;br /&gt;กลุ่มสหภาพยุโรป แจ้งว่าจะใช้ ISPM หมายเลข 15 ในวันที่ 1 กรกฎาคม 2547 นี้ สำหรับวัสดุบรรจุภัณฑ์จากไม้และวันที่ 1 กรกฎาคม 2550 สำหรับวัสดุกันกระแทกแต่ยังไม่ได้กำหนดมาตรการเข้มงวดกรณีที่ไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไข &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#990000;"&gt;&lt;br /&gt;กลุ่มประเทศเอเชีย ประเทศที่ประกาศใช้ ได้แก่ อินเดีย โดยมีผลบังคับใช้ในวันที่ 1 มิถุนายน 2547 สำหรับออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ได้ประกาศใช้ไปเรียบร้อยแล้วการดำเนินการสำหรับวัสดุบรรจุภัณฑ์ไม้ตาม ISPM หมายเลข 15 ประเทศที่ประกาศใช้สามารถดำเนินการด้วยมาตรการที่เข้มงวด เช่น กัก เผา ส่งคืน หรือฝังทำลายก็ได้ หากวัสดุบรรจุภัณฑ์นั้นไม่เป็นไปตามเงื่อนไขที่กำหนด&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#990000;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/4715777919311656922-2164953474774609340?l=thaipackaging.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/4715777919311656922/posts/default/2164953474774609340'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/4715777919311656922/posts/default/2164953474774609340'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://thaipackaging.blogspot.com/2009/06/blog-post_9264.html' title='กฏเกณฑ์ส่งออกวัสดุไม้'/><author><name>หนุ่ม</name><uri>http://www.blogger.com/profile/11295384231856142650</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-4715777919311656922.post-4846076223504580568</id><published>2009-06-03T23:12:00.000-07:00</published><updated>2009-06-03T23:32:56.770-07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='บรรจุภัณฑ์โลหะ'/><title type='text'>บรรจุภัณฑ์โลหะ</title><content type='html'>&lt;span style="font-family:arial;color:#990000;"&gt;&lt;strong&gt;บรรจุภัณฑ์ทำด้วยโลหะ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;/strong&gt;โลหะที่ใช้ทำบรรจุภัณฑ์ มี 2 ชนิด คือ&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#990000;"&gt;1. เหล็กเคลือบดีบุก เป็นบรรจุภัณฑ์ที่แข็งแรง ป้องกันอันตรายจากสิ่งแวดล้อม&lt;br /&gt;และสภาวะอากาศ การลงทุนในการผลิตไม่สูงนักและไม่ซับซ้อนสามารถบรรจุอาหาร&lt;br /&gt;ได้ดี เนื่องจากสามารถปิดผนึกได้สนิทและฆ่าเชื้อได้ด้วยความร้อน&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#990000;"&gt;2. อลูมิเนียม มักใช้ในรูปอลูมิเนียมเปลว หรือกระป๋องมีน้ำหนักเบาเมื่อเทียบกับความ&lt;br /&gt;แข็งแรง ทนต่อการซึมผ่านของอากาศ ก๊าซ แสง และกลิ่นรสได้ดีเยี่ยม อลูมิเนียมเปลว&lt;br /&gt;มักใช้ควบกับวัสดุอื่นซึ่งให้ภาพลักษณ์ที่ดีเนื่องจากความเงาวับของอลูมิเนียม&lt;br /&gt;ตัวอย่างบรรจุภัณฑ์จากโลหะได้แก่ กระป๋อง ปี๊บ ถัง และแผ่นเปลว อลูมิเนียม&lt;/span&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/4715777919311656922-4846076223504580568?l=thaipackaging.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/4715777919311656922/posts/default/4846076223504580568'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/4715777919311656922/posts/default/4846076223504580568'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://thaipackaging.blogspot.com/2009/06/blog-post_6300.html' title='บรรจุภัณฑ์โลหะ'/><author><name>หนุ่ม</name><uri>http://www.blogger.com/profile/11295384231856142650</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-4715777919311656922.post-4382998131416327836</id><published>2009-06-03T23:03:00.000-07:00</published><updated>2009-06-08T23:34:53.716-07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='บรรจุภัณฑ์พลาสติก'/><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='ฟิลม์พลาสติก'/><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='บรรจุภัณฑ์'/><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='thaipackaging'/><title type='text'>ฟิลม์พลาสติก</title><content type='html'>&lt;span style="font-family:arial;color:#3333ff;"&gt;ฟิล์มพลาสติก คือพลาสติกที่เป็นแผ่นบางๆ ใช้ห่อ หรือทำถุง เช่น&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#3333ff;"&gt;&lt;br /&gt;1 ถุงเย็น ทำมาจากพลาสติกชนิด พอลลิเอทีลีน(PE) ชนิดความหนาแน่นต่ำ(LDPE)&lt;br /&gt;ใช้บรรจุของเย็นสามารถบรรจุอาหารแช่แข็งได้ &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#3333ff;"&gt;&lt;br /&gt;2. ถุงร้อน ทำมาจากพลาสติกชนิด พอลลิพอพิลีน(PP) มีลักษณะใสมากหรือ&lt;br /&gt;พอลลิเอทีลีน(PE) ชนิดความหนาแน่นสูง(HDPE) ก็ได้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;3 ถุงหูหิ้ว ทำมาจากพลาสติกชนิด พอลลิเอทีลีน(PE) ชนิดความหนาแน่นต่ำ(LDPE)&lt;br /&gt;และเป็นพลาสติกที่ใช้แล้วนำมาหลอมใช้ใหม่&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;4 ถุงซิป เป็นถุงที่มีปากถุงล็อคได้ทำมาจากพลาสติกชนิด พอลลิเอทีลีน&lt;br /&gt;(PE) ชนิดความหนาแน่นต่ำ(LDPE)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;5 ถุงพลาสติกหลายชั้นประกบติดกัน บางครั้งเป็นพลาสติกชนิดต่างๆ บางครั้งเป็นพลาสติกกับแผ่นอลูมิเนียม เรียกว่า ลามิเนท (Laminate) ใช้บรรจุอาหารที่สามารถอุ่นด้วยการนำถุงลงต้มในน้ำเดือดได้ ถุงที่สามารถป้องกันไม่ให้อากาศเข้าได้เลย ถุงที่สามารถกันชื้น กันไขมันและกันแสงได้ เป็นต้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;6 พลาสติกหดรัดรูป(Shrink Film) ฟิล์มชนิดนี้ จะหดตัวเมื่อได้รับความร้อน ตัวอย่างเช่นพลาสติกหุ้มห่อกล่องน้ำผลไม้ยูนิฟที่แพคขายคราวละ 6 กล่องเป็นต้น หรือฉลากที่ใช้ระบบการพิมพ์ลงบนฟิล์มชนิดนี้ เช่น ฉลากของขวดน้ำอัดลม &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/4715777919311656922-4382998131416327836?l=thaipackaging.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/4715777919311656922/posts/default/4382998131416327836'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/4715777919311656922/posts/default/4382998131416327836'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://thaipackaging.blogspot.com/2009/06/blog-post_1258.html' title='ฟิลม์พลาสติก'/><author><name>หนุ่ม</name><uri>http://www.blogger.com/profile/11295384231856142650</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-4715777919311656922.post-7856544784672407058</id><published>2009-06-03T22:58:00.000-07:00</published><updated>2009-06-08T23:32:00.476-07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='บรรจุภัณฑ์'/><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='บรรจุภัณฑ์ทำด้วยแก้ว'/><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='thai packaging'/><title type='text'>บรรจุภัณฑ์ทำด้วยแก้ว</title><content type='html'>&lt;a href="http://4.bp.blogspot.com/_kNa5TA0cevg/SidjUOlSeCI/AAAAAAAAAA8/BRwrJMdYB2E/s1600-h/%E0%B8%82%E0%B8%A7%E0%B8%94%E0%B9%81%E0%B8%81%E0%B9%89%E0%B8%A7.jpg"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5343348682061412386" style="DISPLAY: block; MARGIN: 0px auto 10px; WIDTH: 124px; CURSOR: hand; HEIGHT: 93px; TEXT-ALIGN: center" alt="" src="http://4.bp.blogspot.com/_kNa5TA0cevg/SidjUOlSeCI/AAAAAAAAAA8/BRwrJMdYB2E/s200/%E0%B8%82%E0%B8%A7%E0%B8%94%E0%B9%81%E0%B8%81%E0%B9%89%E0%B8%A7.jpg" border="0" /&gt;&lt;/a&gt; &lt;span style="font-family:arial;color:#ff9966;"&gt;&lt;strong&gt;บรรจุภัณฑ์ทำด้วยแก้ว&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#666666;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#666666;"&gt;บรรจุภัณฑ์ที่ทำด้วยแก้วมีปฏิกิริยากับสารเคมีชีวภาพที่เฉื่อย ถ้าเทียบกับวัสดุประเภทอื่นที่นำมาทำเป็นบรรจุภัณฑ์ แต่แก้วก็มีคุณภาพในการรักษาคุณภาพสินค้าภายในได้ดีมากๆ เราสามารถทำให้แก้วสีสันต่างๆทำให้มีความสวยงาม มีความใสเงางาม บรรจุภัณฑ์แก้วสามารถทนแรงกดได้สูง แต่ถ้าหล่นหรือกระเทาะก็จะแตกได้ง่าย สามารถนำกลับมาใช้ได้ตลอดอายุการใช้งานยาวนานใช้ได้หลายครั้ง และสามารถนำมาหลอมใช้ใหม่ได้ง่าย (Recycle) &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#666666;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#666666;"&gt;สิ่งที่พึงระวังในเรื่องการบรรจุคือ จะต้องเลือกใช้ฝาขวดแก้วที่ได้ขนาดและต้องสามารถปิดได้สนิทแน่น ไม่มีฟองอากาศเข้าได้หรือไหลหกออกมาได้ เพื่อช่วยรักษาคุณภาพและอายุของสินค้าให้อยู่ได้ยาวนาน ตัวอย่าง บรรจุภัณฑ์จากแก้วได้แก่ ขวดแก้ว โหลแก้ว&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;"&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#666666;"&gt;&lt;span style="color:#ff9966;"&gt;ภาชนะบรรจุที่ทำด้วยแก้ว&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;1. ขวดปากแคบ ใช้บรรจุอาหารชนิดที่เป็นของเหลว ได้แก่ เครื่องดื่ม&lt;br /&gt;และซอสปรุงรสที่เป็นน้ำต่างๆ&lt;br /&gt;2. ขวดปากกว้าง ใช้บรรจุอาหารชนิดที่เป็นชิ้น และอาหารแห้ง&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/4715777919311656922-7856544784672407058?l=thaipackaging.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/4715777919311656922/posts/default/7856544784672407058'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/4715777919311656922/posts/default/7856544784672407058'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://thaipackaging.blogspot.com/2009/06/blog-post_241.html' title='บรรจุภัณฑ์ทำด้วยแก้ว'/><author><name>หนุ่ม</name><uri>http://www.blogger.com/profile/11295384231856142650</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><media:thumbnail xmlns:media='http://search.yahoo.com/mrss/' url='http://4.bp.blogspot.com/_kNa5TA0cevg/SidjUOlSeCI/AAAAAAAAAA8/BRwrJMdYB2E/s72-c/%E0%B8%82%E0%B8%A7%E0%B8%94%E0%B9%81%E0%B8%81%E0%B9%89%E0%B8%A7.jpg' height='72' width='72'/></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-4715777919311656922.post-3258913315854689451</id><published>2009-06-03T08:37:00.001-07:00</published><updated>2009-06-03T08:43:38.968-07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='ประโยชน์บรรจุภัณฑ์'/><title type='text'>ประโยชน์บรรจุภัณฑ์</title><content type='html'>&lt;div align="left"&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#990000;"&gt;&lt;span style="color:#333333;"&gt;&lt;strong&gt;ประโยชน์ของบรรจุภัณฑ์ที่ดี&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt; &lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div align="left"&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#990000;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div align="left"&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#990000;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div align="left"&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#990000;"&gt;&lt;br /&gt;สำหรับผู้ผลิต&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#990000;"&gt;ใช้เป็นสื่อเผยแพร่ โฆษณาตัวสินค้าได้ไปในตัวพอเห็นบรรจุภัณฑ์แบบนี้ก็นึกถึงสินค้าเราได้ทันที เช่น เห็นขวดรูปทรงเดียวกันกับกระทิงแดงก็คิดว่าเป็นน้ำชนิดเดียวกันทันที ช่วยยกระดับราคา สร้างมูลค่าเพิ่มแก่สินค้า สะดวกต่อการจัดเก็บและการรักษา สะดวกต่อการจัดส่งและเคลื่อนย้าย สะดวกต่อการแยกประเภทและจัดหมวดหมู่ ช่วยดึงดูดความสนใจของลูกค้า &lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#990000;"&gt;&lt;div align="left"&gt;&lt;br /&gt;สำหรับผู้บริโภค&lt;br /&gt;ก็ได้ประโยชน์ของบรรจุภัณฑ์ที่ดีเช่นกัน คือ ช่วยสร้างความภูมิใจในการซื้อ ถือแล้วดูดีดูเท่ไม่อายใคร สามารถแปรรูปประยุกต์ใช้งานอื่นได้ พกพา เคลื่อนย้ายสะดวก สามารถรักษาสินค้าให้มีอายุใช้งานมากขึ้น ช่วยให้รู้รายละเอียดแหล่งที่มาของสินค้า &lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/4715777919311656922-3258913315854689451?l=thaipackaging.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/4715777919311656922/posts/default/3258913315854689451'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/4715777919311656922/posts/default/3258913315854689451'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://thaipackaging.blogspot.com/2009/06/blog-post_6103.html' title='ประโยชน์บรรจุภัณฑ์'/><author><name>หนุ่ม</name><uri>http://www.blogger.com/profile/11295384231856142650</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-4715777919311656922.post-5952372079107768527</id><published>2009-06-03T08:31:00.000-07:00</published><updated>2009-06-08T23:32:25.606-07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='บรรจุภัณฑ์'/><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='มาตรฐานพลาสติก'/><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='thaipackaging'/><title type='text'>มาตรฐานพลาสติก</title><content type='html'>&lt;span style="font-family:arial;color:#990000;"&gt;สมาคมอุตสาหกรรมพลาสติกแห่งอเมริกา (The Society of the Plastics Industry, Inc.)ได้กำหนดสัญลักษณ์มาตรฐานของพลาสติกยอดนิยมกลุ่มต่างๆ ไว้ดังนี้ หากพลาสติกใดสามารถนำกลับมาหมุนเวียนใช้ใหม่ได้ (Recycle) ก็ให้ใส่รหัสอันประกอบด้วยลูกศร 3 ตัว วนเป็นรูป 3 เหลี่ยมรอบๆ ตัวเลขตัวหนึ่ง ซึ่งบอกชนิดของพลาสติกนั้น มีรายละเอียดดังนี้&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#990000;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#990000;"&gt;&lt;span style="color:#333333;"&gt;เลข 1&lt;/span&gt; พลาสติกนั้นมีชื่อว่า โพลิเอทิลีนเทเรฟทาเลต (Polyethylne Terephthalate) เรียกโดยย่อว่า เพ็ต (PET หรือ PETE) เป็นพลาสติกใส แข็ง ทนแรงกระแทกดี ไม่เปราะแตกง่าย และกันแก๊สซึมผ่านดี จึงนิยมใช้ทำขวดน้ำดื่ม ขวดน้ำอัดลม และขวดน้ำมันพืช พลาส ติกชนิดนี้นำกลับมาใช้ใหม่เป็นเส้นใยโพลิเอสเตอร์สำหรับเสื้อกันหนาว พรม และ ใยสัง เคราะห์สำหรับยัดหมอน&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#990000;"&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#333333;"&gt;เลข 2&lt;/span&gt; พลาสติกนั้นมีชื่อว่า โพลิเอทิลีนความหนาแน่นสูง (High Density Polyethylene) เรียกโดยย่อว่า เอชดีพีอี (HDPE) เป็นพลาสติกความหนาแน่นสูง ค่อนข้างแข็งแต่ยืดได้มาก เหนียวไม่แตกง่าย ขึ้นรูปง่าย มักมีสีสันสวยงาม และทนสารเคมี จึงนิยมใช้ทำขวดแชมพูสระผม กระป๋องแป้งเด็ก ภาชนะบรรจุน้ำยารีดผ้า รวมทั้งขวดบรรจุนม ซึ่งจะ&lt;br /&gt;ช่วยยืดอายุของนมให้ยาวนานขึ้น เพราะป้องกันความชื้นซึมผ่านได้เป็นเลิศ พลาสติกชนิดนี้นำกลับมา ใช้ใหม่เพื่อทำขวดใส่น้ำยาซักผ้า แท่งไม้เทียมสำหรับรั้ว ศาลา หรือม้านั่งในสวน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#333333;"&gt;เลข 3&lt;/span&gt; พลาสติกนั้นมีชื่อว่า โพลิไวนิลคลอไรด์ (Polyvinylchloride) เรียกโดยย่อว่า พีวีซี (PVC) มี 2 ลักษณะ หาก แข็ง จะนิยมใช้ทำท่อ เช่น ท่อน้ำประปา ทำเลียนแบบไม้ เป็นประตู หน้าต่าง และวงกบ แต่หาก นิ่ม มักจะใช้ทำฉนวนหุ้มสายไฟฟ้า สายยางใส แผ่นฟิล์มสำหรับห่ออาหาร ม่านในห้องอาบน้ำ แผ่นกระเบื้องยาง แผ่นพลาสติกปูโต๊ะ และขวดใส่แชมพูสระผม พลาสติกนี้นำกลับมาใช้ใหม่เพื่อผลิตท่อน้ำประปาสำหรับการเกษตร กรวยจราจร รวมทั้งม้านั่งพลาสติก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#333333;"&gt;เลข 4&lt;/span&gt; พลาสติกนั้นมีชื่อว่า โพลิเอทิลีนความหนาแน่นต่ำ (Low Density Polyethylene) เรียกโดยย่อว่า แอลดีพีอี (LDPE) เป็นพลาสติกความหนาแน่นต่ำ นิ่ม เหนียว ยืดตัวได้มาก ใส ทนทาน แต่ทนร้อนไม่ใคร่ไหว จึงนิยมใช้ทำแผ่นฟิล์ม ถุงพลาสติก (เช่น ถุงเย็นบรรจุอาหาร) ฟิล์มสำหรับห่ออาหาร ห่อของ หลอดโฟมล้างหน้า และหลอดครีมนวดผม พลาสติกนี้นำกลับใช้ใหม่เพื่อผลิตเป็นถุงดำใส่ขยะหรือถังขยะ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#333333;"&gt;เลข 5&lt;/span&gt; พลาสติกนั้นมีชื่อว่า โพลิโพรพิลีน (Polypropylene) เรียกโดยย่อจะฟังคล้ายชื่อแหล่งท่องเที่ยวอันลือชื่อของบ้านเรา คือ พีพี (PP) เป็นพลาสติกความหนาแน่นค่อนข้างต่ำ ทนความร้อนดี คงรูปดี เหนียว ทนแรงกระแทกได้ดี ทนต่อสารเคมีและน้ำมันใสพอสม ควร จึงนิยมใช้ทำถุงร้อน ขวดน้ำ ถ้วยบะหมี่หรือโจ๊กกึ่งสำเร็จรูป กล่องบรรจุอาหาร และกระบอกสำหรับใส่น้ำแช่เย็น เป็นต้น พลาสติกนี้นำกลับมาใช้ใหม่ได้โดยผลิตเป็นกล่องแบตเตอรี่รถยนต์ กันชนรถยนต์ และกรวยสำหรับเติมน้ำมัน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#333333;"&gt;เลข 6&lt;/span&gt; พลาสติกนั้นมีชื่อว่า โพลิสไตรีน (Polystyrene) เรียกโดยย่อว่า พีเอส (PS) มีหลายลักษณะ หากเป็นพลาสติก ใส จะเปราะและแตกง่าย แต่ราคาถูก จึงมักใช้ทำช้อน ถ้วยไอติม และตลับเทป แต่หากเป็น โฟม มักจะเป็นกล่อง หรือตัวกันกระแทกป้องกันสิ่งของมีค่าไม่ให้แตกหักเสียหาย อนึ่ง ดังที่ทราบกันดีว่า โฟมมีน้ำหนักเบามากนั้น ท่านอธิบายว่า เป็นเพราะเนื้อโฟมมีพลาสติกพีเอสนี้เพียงแค่ 2 ถึง 5 ส่วนใน 100 ส่วนเท่านั้น ที่เหลือเป็นฟองอากาศ พลาสติกนี้นำกลับมาใช้ใหม่ได้ โดยผลิตเป็นไม้แขวนเสื้อ กล่องวิดีโอ ไม้บรรทัด&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#333333;"&gt;เลข 7&lt;/span&gt; พลาสติกนั้นมิได้มีการระบุชื่อจำเพาะ พลาสติกนี้มิใช่พลาสติกชนิดใดชนิดหนึ่งใน 6 ชนิดยอดนิยมที่กล่าวมาแล้ว แต่เป็นพลาสติกที่นำมาหลอมใหม่ได้ เช่น โพลิคาร์บอเนต (polycarbonate, PC) หรือโพลิเมทิลเมธาไครเลต (PMMA)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/4715777919311656922-5952372079107768527?l=thaipackaging.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/4715777919311656922/posts/default/5952372079107768527'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/4715777919311656922/posts/default/5952372079107768527'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://thaipackaging.blogspot.com/2009/06/blog-post_2779.html' title='มาตรฐานพลาสติก'/><author><name>หนุ่ม</name><uri>http://www.blogger.com/profile/11295384231856142650</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-4715777919311656922.post-2864347420383882809</id><published>2009-06-03T08:15:00.000-07:00</published><updated>2009-06-03T21:32:00.256-07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='บรรจุภัณฑ์พลาสติก'/><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='ขวดพลาสติก'/><title type='text'>ขวดน้ำพลาสติก</title><content type='html'>&lt;a href="http://3.bp.blogspot.com/_kNa5TA0cevg/SiaUv3dT6RI/AAAAAAAAAAs/SGFUFn8PP04/s1600-h/%E0%B8%82%E0%B8%A7%E0%B8%94%E0%B8%9E%E0%B8%A5%E0%B8%B2%E0%B8%AA%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B8%81.jpg"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5343121557983324434" style="FLOAT: left; MARGIN: 0px 10px 10px 0px; WIDTH: 85px; CURSOR: hand; HEIGHT: 126px" alt="" src="http://3.bp.blogspot.com/_kNa5TA0cevg/SiaUv3dT6RI/AAAAAAAAAAs/SGFUFn8PP04/s200/%E0%B8%82%E0%B8%A7%E0%B8%94%E0%B8%9E%E0%B8%A5%E0%B8%B2%E0%B8%AA%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B8%81.jpg" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;span style="font-family:arial;"&gt;&lt;span style="color:#ff0000;"&gt;ขวดน้ำพลาสติก&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;span style="font-family:arial;"&gt;ในปัจจุบันพลาสติกเข้ามามีบทบาทต่อชีวิตประจำวันของมนุษย์เรามาก ทั้งของเล่น อุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้า เครื่องประดับ รวมถึงภาชนะบรรจุสินค้า ต่างๆมากมาย พลาสติกที่นำมาใช้เหล่านี้มีหลายชนิด ซึ่งมีคุณสมบัติแตกต่างกันไป ในบรรดาของที่ทำด้วยพลาสติกดังกล่าว พลาสติกเพื่อการ บรรจุหีบห่อ นับว่าได้รับความสนใจเป็นพิเศษ ทั้งในเชิงการค้า การตลาด และอุตสาหกรรม มีอัตราการเจริญเติบโตเพิ่มขึ้นสูงมาก แบ่งได้เป็น 2 ประเภทดังนี้ &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;"&gt;&lt;br /&gt;1. ภาชนะบรรจุชนิดแข็ง (rigid container) เช่น ขวดน้ำมันพืช ขวดนม กล่องโฟม&lt;br /&gt;และถาดพลาสติก&lt;br /&gt;2. ภาชนะบรรจุชนิดอ่อนตัวได้ (flexible container) เช่น ถุงใส่น้ำแข็ง ถุงขนม ถุงหิ้วทั้งหลาย รวมทั้งฟิล์มห่ออาหาร สกีนแพค (skin pack) และบริสเตอร์แพค(blister pack)เป็นภาชนะพลาสติกที่ทำจากแผ่นพลาสติก ที่ขึ้นรูปด้วยความร้อนแล้วนำมาประกบหรือประกอบกระดาษแข็ง  ซึ่งแผ่นพลาสติกดังกล่าวทำมาจากพอลลิไวนิลคลอไรด์ (PVC) ตัวอย่างเช่นเครื่องเขียน แปรงสีฟันเป็นต้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ชนิดของขวดพลาสติกแบ่งได้ดังนี้&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;span style="font-family:arial;"&gt;1. ขวดทำจากพอลิไวนิลคลอไรด์ คุณสมบัติทั่วไปจะใส สามารถป้องกันก๊าซซึมและไขมันซึมผ่านได้ดี ทนความเป็นกรดได้ดี ไม่ทนความร้อนและความเย็น จึงเหมาะสำหรับใช้ที่อุณหภูมิ ตามปกติ มักจะใช้ในการบรรจุเครื่องสำอาง น้ำผลไม้ น้ำมันพืช น้ำส้มสายชู และผลิตภัณฑ์ทางเคมี ขวดน้ำพลาสติกนั้นเวลานำมาใช้ซ้ำๆ จะมีสารเคมีที่สามารถละลายออกมาได้ โดยเฉพาะเมื่อขวดมีการยุบตัว รวมถึงขวดเพท และขวดขาวขุ่นด้วย(ขวดขาวขุ่นจะละลายออกมามากกว่าโดยเฉพาะเมื่อเก็บไม่ถูกวิธี)&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;span style="font-family:arial;"&gt;2. ขวดทำจากพอลลิสไตรีน ป้องกันก๊าซและไอน้ำได้ไม่ดีนัก ทนความเป็นกรดได้ปานกลาง ไม่ทนความร้อนและความเย็น เหมาะสำหรับใช้ที่อุณหภูมิปกติ โดยทั่วไปนิยมใช้บรรจุ ยาเม็ด วิตามิน เครื่องเทศ และทำให้มีขนาดใหญ่สำหรับใช้บรรจุนมเพื่อการขนส่ง แต่ไม่นิยมใช้ในบ้านเรา&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;span style="font-family:arial;"&gt;3. ขวดทำจากพอลลิเอทีลีน มีการใช้ในสองลักษณะคือ พอลลิเอทีลีนชนิดความหนาแน่นต่ำ และพอลลิเอทีลีนชนิดความหนาแน่นสูง โดยทั่วไปขวด ชนิดนี้จะยอมให้ไอน้ำซึมผ่านได้น้อย แต่จะยอมให้ก๊าซซึมผ่านได้ ทนความเป็นกรดได้ปานกลาง ทนความร้อนได้ไม่ดี มากนัก แต่จะทนความเย็นได้ดีมาก สำหรับขวดที่มีชนิดความหนาแน่นสูง มักจะใช้บรรจุนม ผงซักฟอก น้ำดื่ม สารเคมีและเครื่องสำอาง&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;span style="font-family:arial;"&gt;4. ขวดทำจากพอลลิโพรพีลีน คุณสมบัติโดยทั่วไปแล้วจะยอมให้ไอน้ำซึมผ่านได้น้อยแต่จะยอมให้ก๊าซซึมผ่านได้ดี ทนความเป็นกรดได้ปานกลาง ทนความร้อนได้ดี แต่จะไม่ทนความเย็น จึงไม่เหมาะแก่การแช่เย็น โดยทั่วไปใช้ในการบรรจุยา น้ำผลไม้ น้ำเชื่อม เครื่องสำอาง แชมพู&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;span style="font-family:arial;"&gt;5. ขวดทำจากพอลลิเอทีลีนเทอร์ฟะทาเลตหรือพอลลิเอสเธอร์ ขวดเพท คุณสมบัติโดยทั่วไปจะแข็งใส ป้องกันการซึมผ่านของไอน้ำได้ปานกลาง แต่ป้องกันการซึมผ่านก๊าซได้ดีมาก ทนความเป็นกรดได้และความเย็นได้ดี มักนิยมใช้บรรจุเครื่องดื่มประเภทน้ำอัดลม เบียร์ นอกจากนี้ยังบรรจุของเหลวมีแอลกอฮอล์ได้ เช่น แชมพูน้ำ โคโลญจ์ โลชั่น เป็นต้น &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;/span&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/4715777919311656922-2864347420383882809?l=thaipackaging.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/4715777919311656922/posts/default/2864347420383882809'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/4715777919311656922/posts/default/2864347420383882809'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://thaipackaging.blogspot.com/2009/06/blog-post_3902.html' title='ขวดน้ำพลาสติก'/><author><name>หนุ่ม</name><uri>http://www.blogger.com/profile/11295384231856142650</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><media:thumbnail xmlns:media='http://search.yahoo.com/mrss/' url='http://3.bp.blogspot.com/_kNa5TA0cevg/SiaUv3dT6RI/AAAAAAAAAAs/SGFUFn8PP04/s72-c/%E0%B8%82%E0%B8%A7%E0%B8%94%E0%B8%9E%E0%B8%A5%E0%B8%B2%E0%B8%AA%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B8%81.jpg' height='72' width='72'/></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-4715777919311656922.post-6135143086772524475</id><published>2009-06-03T08:11:00.000-07:00</published><updated>2009-06-08T23:33:28.857-07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='บรรจุภัณฑ์โฟม'/><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='packaging'/><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='บรรจุภัณฑ์'/><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='thai packaging'/><title type='text'>บรรจุภัณฑ์โฟม</title><content type='html'>&lt;a href="http://1.bp.blogspot.com/_kNa5TA0cevg/SiaWAIpojqI/AAAAAAAAAA0/SH6MKwAxMh4/s1600-h/%E0%B9%82%E0%B8%9F%E0%B8%A1.jpg"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5343122936987946658" style="FLOAT: right; MARGIN: 0px 0px 10px 10px; WIDTH: 121px; CURSOR: hand; HEIGHT: 121px" alt="" src="http://1.bp.blogspot.com/_kNa5TA0cevg/SiaWAIpojqI/AAAAAAAAAA0/SH6MKwAxMh4/s200/%E0%B9%82%E0%B8%9F%E0%B8%A1.jpg" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#3333ff;"&gt;&lt;span style="color:#ff0000;"&gt;&lt;strong&gt;บรรจุภัณฑ์โฟม&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt; &lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#3333ff;"&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;br /&gt;โฟม เกิดขึ้นจากการนำเม็ดพลาสติกมาเติมสารเร่งฟูจำพวกไฮโดรคาร์บอน เช่น เพนเทน ฟรีออน แล้วให้ความร้อน จนถึงจุดหนึ่ง ซึ่งสารเร่งฟูจะเกิดการสลายตัวเป็นก๊าซ พองตัวและแทรกตามจุดต่างๆ ในเนื้อพลาสติก ทำให้เกิดเป็นโพรงที่เรียกว่า เซลล์ จากนั้นนำมา รีดอัดเป็นแผ่นโฟมดิบแล้วจึงผ่านขั้นตอนการบ่ม โดยใช้อุณหภูมิ 100 ํซ. เวลาประมาณ 36 วัน เพื่อให้โฟมเกิดการพองตัว มีความนุ่มและยืดหยุ่นอย่าง ถาวร&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#3333ff;"&gt;&lt;br /&gt;พลาสติกที่นิยมใช้ในการผลิตโฟมมีหลายชนิด เช่น พอลิเอทีลีน (PE) พอลิสไตรีน (PS) พอลิยูริเทน (PU) เป็นต้น ชนิดที่นิยมที่สุด คือ PS ซึ่งจะ เรียกว่า พอลิสไตรีน ที่ขยายตัวแล้ว (expanded polystyrene) หรือ เรียกย่อๆ ว่า EPS&lt;br /&gt;เนื่องจากโฟมมีคุณสมบัติเด่นเหนือวัสดุอื่นตรงที่มีความหนาแน่นต่ำ มีความยืดหยุ่นป้องกันการซึมผ่านของไอน้ำได้ดี อีกทั้งขึ้นรูปให้เป็นรูปทรง ต่างๆ ได้ง่าย ซึ่งใช้เงินทุนไม่สูงมากนัก &lt;/span&gt;&lt;div&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#3333ff;"&gt;ดังนั้นบรรจุภัณฑ์โฟมจึงเป็นที่นิยมใช้กันอย่างกว้างขวางในปัจจุบัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับ การบรรจุผลิตภัณฑ์อาหารต่างๆ รูปแบบบรรจุภัณฑ์โฟมบรรจุอาหาร ปัจจุบันพ่อค้าแม่ค้าอาหารตามสั่ง อาหารสำเร็จรูป นิยมใช้กล่องโฟมเป็นภาชนะบรรจุอาหาร เนื่องจากมีความสะดวกรวดเร็ว ซึ่งการนำภาชนะโฟมบรรจุอาหารร้อน จำเป็นต้องระมัดระวัง เนื่องจากการสัมผัสกับอาหารร้อนจัดเป็นระยะเวลานาน อาจทำให้ภาชนะเสียรูป และอาจหลอมละลายจนมีสาร สไตรีน ซึ่งเป็นสารก่อมะเร็งออกมาปนเปื้อนกับอาหารที่บรรจุอยู่ได้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ข้อดีของบรรจุภัณฑ์โฟมเหล่านี้คือ มีน้ำหนักเบา ซึ่งช่วยประหยัดค่าขนส่ง มีความยืดหยุ่น จึงช่วยป้องกันการกระทบกระแทกที่อาจเกิด กับ ผลิตภัณฑ์ในระหว่างการลำเลียงและขนส่ง หาซื้อได้ง่ายในราคาที่ไม่สูงนัก ผิวเรียบ ดูสะอาดและสวยงาม เก็บรักษาความร้อน หรือความเย็นของ ผลิตภัณฑ์อาหารไว้ได้ ไม่ดูดน้ำมันและไม่ดูดน้ำ มีความเป็นกลางและปลอดภัยในการสัมผัสอาหาร&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;อย่างไรก็ตามบรรจุภัณฑ์ ดังกล่าวก็มีข้อเสีย หลายประการ คือ ไม่เหมาะกับการใช้บรรจุอาหารร้อนจัดที่มีอุณหภูมิเกิน 85 ํซ. หรืออาหารที่เป็นน้ำมันล้วนๆ เป็นบรรจุภัณฑ์แบบใช้ครั้งเดียวทิ้ง การนำไปใช้บรรจุอาหารใหม่จะไม่ปลอดภัยต่อการบริโภค ฝุ่นเกาะติดง่าย จึงต้องระมัดระวังในการเก็บรักษา รัฐบาลควรมีมาตรการการทำลายบรรจุภัณฑ์ที่ใช้แล้วเหล่านี้ก่อนที่ในอนาคตปริมาณการใช้บรรจุภัณฑ์โฟม ที่เพิ่มสูงขึ้นจะก่อให้เกิดปัญหามลภาวะเป็นพิษได้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;บรรจุภัณฑ์โฟมบรรจุอาหารมีรูปแบบที่ใช้กันอย่างแพร่หลายดังนี้ &lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#3333ff;"&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#ff0000;"&gt;1&lt;/span&gt;.ถาดแบน มักใช้บรรจุผักผลไม้สด อาหารแห้ง อาหารกึ่งสำเร็จรูปที่จัดเป็นชุดสำเร็จ เพื่อความ สะดวกในการปรุง และอาหารสำเร็จรูปซึ่งห่อรัดด้วยฟิล์มยืดใสที่ทำมาจากพอลิไวนิลคลอไรด์ เพื่อ ป้องกันฝุ่นละออง และช่วยเก็บรักษาความสดของอาหารไว้ในระยะเวลาสั้นๆ ในขณะจัดจำหน่าย &lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#ff0000;"&gt;2.&lt;/span&gt; ถาดหลุม เช่น ถาดไข่สำหรับบรรจุไข่สดเพื่อการขนส่ง ถาดมังคุดสำหรับบรรจุมังคุดเพื่อการส่งออก เป็นต้น ขนาดของหลุมได้รับการออกแบบให้ เหมาะกับรูปร่างของผลิตภัณฑ์ที่จะบรรจุโดยเฉพาะ เพื่อให้สามารถคุ้มครองผลิตภัณฑ์จากการกระทบกระแทกได้ &lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#ff0000;"&gt;3&lt;/span&gt;. ชามกลม นิยมบรรจุบะหมี่สำเร็จรูปปิดฝาด้วยพลาสติกประกบเมื่อจะรับประทานก็สามารถใช้ชามนั้นเป็นภาชนะได้ กล่องขนาดเล็กที่มีฝาปิด ใช้บรรจุอาหารสำเร็จที่เรียกว่า “fast food” ซึ่งจำหน่ายในภัตตาคารและซุปเปอร์มาร์เก็ตต่างๆ ข้อดี คือ สามารถเก็บรักษาความร้อนของอาหารได้ในระยะเวลาหนึ่ง กล่าวคือ อุณหภูมิ 80 ํซ. จะลดลงเป็น 50 ํซ. ในเวลา 34 ชั่วโมง กล่องชนิดนี้มักได้รับการออกแบบให้ ฝาของมันปิดล็อกได้ และมีช่องเล็กๆ สำ หรับระบายอากาศเพื่อให้ไอร้อนของอาหารสามารถระบายออกไปภายนอก ซึ่งจะช่วยป้องกันอาหารแฉะ* กล่องขนาดใหญ่ที่มีฝาปิด เป็นบรรจุภัณฑ์ขนส่งสำหรับอาหารที่ต้องการเก็บรักษาอุณหภูมิตลอดระยะเวลาการขนส่ง เช่น ข้าวโพดอ่อน อาหารทะเล ซึ่งมีการใส่น้ำแข็งลงไปด้วย&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:78%;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;span style="font-size:78%;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;span style="font-size:78%;"&gt;ที่มา มยุรี ภาคลำเจียก&lt;/span&gt; &lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/4715777919311656922-6135143086772524475?l=thaipackaging.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/4715777919311656922/posts/default/6135143086772524475'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/4715777919311656922/posts/default/6135143086772524475'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://thaipackaging.blogspot.com/2009/06/blog-post_7865.html' title='บรรจุภัณฑ์โฟม'/><author><name>หนุ่ม</name><uri>http://www.blogger.com/profile/11295384231856142650</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><media:thumbnail xmlns:media='http://search.yahoo.com/mrss/' url='http://1.bp.blogspot.com/_kNa5TA0cevg/SiaWAIpojqI/AAAAAAAAAA0/SH6MKwAxMh4/s72-c/%E0%B9%82%E0%B8%9F%E0%B8%A1.jpg' height='72' width='72'/></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-4715777919311656922.post-7471034042199048309</id><published>2009-06-03T08:05:00.000-07:00</published><updated>2009-06-09T00:40:17.407-07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='บรรจุภัณฑ์กระดาษ'/><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='การแพ็คของ'/><title type='text'>ภาชนะบรรจุกระดาษ</title><content type='html'>&lt;span style="font-family:arial;color:#333333;"&gt;&lt;span style="color:#ff9900;"&gt;การทดสอบกระดาษและภาชนะบรรจุกระดาษ&lt;/span&gt; &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#333333;"&gt;&lt;span style="color:#ff9966;"&gt;1&lt;/span&gt;. การทดสอบน้ำหนักมาตรฐาน (Basic Weight)เพื่อกำหนดเกณฑ์สำหรับการซื้อขายเนื่องจากค่าน้ำหนักมาตรฐานของกระดาษชนิดหนึ่งจะสัมพันธ์โดยตรงกับความแข็งแรงของกระดาษนั้นๆ นำกระดาษ ตัวอย่างมาตัดขนาดให้มีพื้นที่เหมาะสม เช่น 10 ด 10 ตารางเซนติเมตร นำไปชั่งน้ำหนักอย่างละเอียด แสดงค่าน้ำหนักมาตรฐานเป็นน้ำหนักต่อพื้นที่ เช่น กรัมต่อตารางเมตร หรือปอนด์ต่อรีม (Pound per Ream) 1 รีม (U.S. Ream) มีค่าเท่ากับกระดาษขนาด 24 ด 36 ตารางนิ้ว จำนวน 500 แผ่น &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#333333;"&gt;&lt;span style="color:#ff9966;"&gt;2.&lt;/span&gt; การทดสอบความหนา (Thickness)นิยมใช้ตรวจคุณภาพของกระดาษวัสดุอ่อนตัวทั่วไปและภาชนะบรรจุเกือบทุกประเภท เป็นวิธีการทดสอบที่รวดเร็วและทำได้ง่าย นิยมใช้เครื่องวัดที่มีความละเอียดและแม่นยำสูง เช่น Dial Type micrometer หน่วยความหนาที่ใช้ทั่วไป เช่น มิลลิเมตร ไมครอน หรือนิ้ว เป็นต้น และหน่วยที่ใช้เฉพาะวัสดุ เช่น point&lt;br /&gt;สำหรับกระดาษ (1 point = 1/1000 นิ้ว ) mil (1 mil = 25 micron) และ gauge (100 gauge = 1 mil) สำหรับฟิล์มพลาสติกหรือวัสดุอ่อนตัวหลายชั้น &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#333333;"&gt;&lt;span style="color:#ff9966;"&gt;3&lt;/span&gt;. การทดสอบความต้านทานต่อแรงฉีกขาด (Tear Resistance)เป็นการทดสอบค่างานเฉลี่ยที่ใช้ในการฉีกกระดาษที่มีรอยบากไว้แล้ว มีหน่วยเป็นกรัมแรง ด เมตรหรือนิวตัน ด เมตร (gram-force ด meter หรือ Newton ด meter เขียนย่อ gf.m หรือ N.m) การทดสอบนี้มีความสำคัญต่อการควบคุมคุณภาพของกระดาษ ถุงกระดาษและกล่องกระดาษแข็ง &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#333333;"&gt;&lt;span style="color:#ff9966;"&gt;4.&lt;/span&gt; การทดสอบความต้านทานต่อแรงดันทะลุ (Bursting Strength) เป็นการทดสอบความสามารถของกระดาษหรือแผ่นลูกฟูกที่จะต้านทานความดันที่เพิ่มขึ้น&lt;br /&gt;ในอัตราคงที่จนกระทั่งตัวอย่างทดสอบฉีกขาด มีหน่วยวัดเป็นกิโลปาสคาล (kPa) หรือกิโลกรัมต่อตารางเซนติเมตร (kg/cm ) นิยมใช้ทดสอบคุณภาพของกระดาษ กระดาษแข็งหรือแผ่นลูกฟูกที่นำมาขึ้นรูปเป็นภาชนะ เช่น กล่อง ถัง เป็นต้น &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#333333;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#333333;"&gt;&lt;span style="color:#ff9966;"&gt;5&lt;/span&gt;. การทดสอบความต้านทานต่อแรงดึงขาด (Tensile Strength)และการยึดตัว (Elongation)แผ่นตัวอย่างทดสอบจะถูกตรึงระหว่างคีมหนีบ 2 ตัว โดยที่ครัมหนีบตัวหนึ่งจะเคลื่อนที่เพื่อดึงแผ่นตัวอย่างจนกระทั่งขาด บันทึกแรงที่ใช้และค่าการยึดตัวของกระดาษขณะขาด ค่าความต้านทานต่อแรงดึงขาดจะรายงานเป็นค่าแรงต่อพื้นที่หน้าตัดของแผ่นตัวอย่าง หรือแรงต่อความกว้างของแผ่นตัวอย่าง ส่วนการยึดตัวจะรายงานเป็นค่าร้อยละ &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#333333;"&gt;&lt;span style="color:#ff9966;"&gt;6.&lt;/span&gt; การทดสอบหาความชื้น (Moisture Content) โดยวิธีการอบแผ่นตัวอย่างที่ทราบน้ำหนักแน่นอนในเตาอบที่ 105 c เป็นเวลาอย่างน้อย 2 ชั่วโมง ทำให้เย็นในเดชิกเคเตอร์ นำมาชั่งน้ำหนักใหม่ ผลต่างของน้ำ - หนักที่ชั่งได้คือ ปริมาณความชื้นในตัวอย่าง นิยมรายงานค่าเป็นร้อยละ การทดสอบนี้มีความสำคัญต่อกระดาษแข็งและกระดาษลูกฟูกที่จะนำไปขึ้นรูปเป็นภาชนะบรรจุ&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#333333;"&gt;&lt;span style="color:#ff6666;"&gt;&lt;span style="color:#ff9966;"&gt;7&lt;/span&gt;.&lt;/span&gt; การทดสอบการดูดซึมน้ำ (Water Absorption) เป็นการทดสอบ ความสามารถของกระดาษต่อการดูดซึมน้ำที่สัมผัสภายในระยะเวลาที่กำหนด มีค่าเป็นน้ำหนักน้ำที่กระดาษดูดซึมไว้ต่อพื้นที่สัมผัสกับน้ำ&lt;br /&gt;การทดสอบนี้มีความสำคัญต่อการพิมพ์ ( การดูดซึมหมึก ) การทากาว การทนทานต่อสภาวะแวดล้อมขณะขนส่ง เช่น การเปียกฝน &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#333333;"&gt;&lt;span style="color:#ff9966;"&gt;8&lt;/span&gt;. การทดสอบการต้านทานต่อไขมัน (Turpentine Test)เป็นการทดสอบ ความสามารถของกระดาษในการต้านทานการซึมผ่านของไขมัน โดยจะรายงานเป็นค่าของเวลาที่ปรากฎรอยไขมันบนแผ่นตัวอย่างด้านตรงข้ามกับด้านที่สัมผัสกับไข - มัน&lt;/span&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/4715777919311656922-7471034042199048309?l=thaipackaging.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/4715777919311656922/posts/default/7471034042199048309'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/4715777919311656922/posts/default/7471034042199048309'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://thaipackaging.blogspot.com/2009/06/blog-post_4382.html' title='ภาชนะบรรจุกระดาษ'/><author><name>หนุ่ม</name><uri>http://www.blogger.com/profile/11295384231856142650</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-4715777919311656922.post-2954734227427041887</id><published>2009-06-03T07:59:00.000-07:00</published><updated>2009-06-09T00:39:48.112-07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='บรรจุภัณฑ์กระดาษ'/><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='การแพ็คของ'/><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='กระดาษ'/><title type='text'>กระดาษ</title><content type='html'>&lt;div align="left"&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#333333;"&gt;กระดาษ หนังสือ หนังสือพิมพ์เก่าๆ กระดาษลูกฟูก กล่องกระดาษแข็ง กระดาษโปสเตอร์ สิ่งเหล่านี้เป็นแหล่งวัสดุกระดาษรีไซเคิลที่สามารถเอามาใช้ใหม่ได้อีกมีผู้รับผิดชอบในการรวบรวมเพื่อส่งกลับไปยังโรงงานผลิตเยื่อกระดาษ ในกระบวนการผลิตเยื่อกระดาษใช้แล้วมักจะต้องมีการใช้สารเคมีเพื่อกำจัดกาว และหมึกพิมพ์ออกไป ทำให้ผลได้ (Yield) ลดลงร้อยละ15 – 40 นอกจากนี้การตีเยื่อจากกระดาษเก่า จะทำให้เยื่อจากกระดาษเก่านี้สามารถลดมลภาวะทางน้ำได้ถึงร้อยละ 35 และมลภาวะทางอากาศได้ร้อยละ 74&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#ff0000;"&gt;&lt;strong&gt;การใช้ประโยชน์จากเยื่อกระดาษเก่า&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;1. ผลิตภาชนะบรรจุประเภท moulded pulp เช่น กล่องไข่ ถาดรองผลไม้ แผ่นกั้นภายในกล่อง เป็นต้น&lt;br /&gt;2. ผลิตกระดาษแข็งและกระดาษลูกฟูก เยื่อกระดาษเก่าจะมาใช้ผลิตกระดาษทั้งสองนี้มากที่สุด โดยจะใช้ชั้นของเยื่อกระดาษเก่าอยู่ด้านในหรืออาจผสมโดยตรงกับเยื่อบริสุทธิ์&lt;br /&gt;3. ผลิตกระดาษหนังสือพิมพ์ โดยจะใช้เยื่อเก่าทั้งหมดหรือผสมเยื่อบริสุทธิ์บ้างขึ้นกับ&lt;br /&gt;ความแข็งแรงที่ต้องการ&lt;br /&gt;4. ผลิตกระดาษซับหมึกหรือน้ำ จะได้คุณภาพดีกว่าการใช้เยื่อบริสุทธิ์ นอกจากนี้ยังใช้ผลิตกระดาษทิชชู และกระดาษเช็ดหน้าด้วย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#ff0000;"&gt;&lt;strong&gt;ข้อจำกัดของการหมุนเวียนกระดาษเก่ามาใช้ใหม่&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;1. สิ่งเจือปน เช่น กาวที่ไม่ละลายน้ำ ลวดเหล็ก ยางรัด พลาสติก และสารแต่งเติมบางประเภท สารเหล่านี้จะทำให้การสกัดเยื่อจากกระดาษเก่ายุ่งยากมากยิ่งขึ้น ทำให้กระดาษที่จำนำมาหมุนเวียนใช้ใหม่ต้องผ่านการคัดเลือกให้มีสารเจือปนเหล่านี้น้อยที่สุด&lt;br /&gt;ด้วยเหตุนี้ภาชนะบรรจุสำหรับผู้บริโภคทั่วไปจึงไม่นิยมนำมาสกัดเยื่อ เนื่องจากภาชนะบรรจุเหล่านั้นมักจะต้องมีการเคลือบพลาสติกใช้กาวกันน้ำ หรือแถบกาวต่าง ๆ เพื่อให้สามารถทำหน้าที่ได้สมบูรณ์ที่สุด&lt;br /&gt;2. ความคุ้มทุน ต้นทุนการผลิตเยื่อกระดาษบริสุทธิ์บางครั้งต่ำกว่าเยื่อกระดาษใช้แล้วทำให้ไม่มีผู้สนใจลงทุนในธุรกิจนี้ นอกจากนี้ความไม่แน่นอนของปริมาณวัตถุดิบ ก็ไม่แน่นอนยากแก่การบริหารลงทุนผลิต ทำแล้วต้นทุนสูง ทำให้การบริหารโรงงานทำได้ลำบาก&lt;br /&gt;3. ต้องได้รับความร่วมมือจากประชาชนโดยรวม ในการแยกกระดาษและเก็บรวบรวม&lt;br /&gt;จึงต้องมีการประชาสัมพันธ์ให้ความรู้แก่ประชาชนอย่างทั่วถึง &lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/4715777919311656922-2954734227427041887?l=thaipackaging.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/4715777919311656922/posts/default/2954734227427041887'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/4715777919311656922/posts/default/2954734227427041887'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://thaipackaging.blogspot.com/2009/06/blog-post_03.html' title='กระดาษ'/><author><name>หนุ่ม</name><uri>http://www.blogger.com/profile/11295384231856142650</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-4715777919311656922.post-3465764902893240126</id><published>2009-06-02T04:55:00.000-07:00</published><updated>2009-06-02T20:21:07.386-07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='บรรจุภัณฑ์กระดาษ'/><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='กล่องกระดาษ'/><title type='text'>กล่องกระดาษลูกฟูก</title><content type='html'>&lt;a href="http://1.bp.blogspot.com/_kNa5TA0cevg/SiUT7MgtgqI/AAAAAAAAAAk/8trFdxqX0ig/s1600-h/%E0%B8%81%E0%B8%A5%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%94%E0%B8%B2%E0%B8%A9.jpg"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5342698440636596898" style="FLOAT: left; MARGIN: 0px 10px 10px 0px; WIDTH: 99px; CURSOR: hand; HEIGHT: 132px" alt="" src="http://1.bp.blogspot.com/_kNa5TA0cevg/SiUT7MgtgqI/AAAAAAAAAAk/8trFdxqX0ig/s200/%E0%B8%81%E0%B8%A5%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%94%E0%B8%B2%E0%B8%A9.jpg" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;div align="justify"&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#33cc00;"&gt;&lt;span style="color:#ff6666;"&gt;&lt;strong&gt;&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div align="justify"&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#33cc00;"&gt;&lt;span style="color:#ff6666;"&gt;&lt;strong&gt;8. กล่องกระดาษลูกฟูก&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt; &lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div align="justify"&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#33cc00;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div align="justify"&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#33cc00;"&gt;เป็นบรรจุภัณฑ์กระดาษที่มีปริมาณการใช้เยอะมากเนื่องจากล่องกระดาษลูกฟูกมีน้ำหนักเบา สามารถออกแบบให้มีขนาดรูปทรงและมีความแข็งแรงได้ตามต้องการ นอกจากนี้ยังสามารถพิมพ์รูปภาพและข้อความบนกล่องได้อย่างสวยงามเพื่อดึงดูดใจผู้ซื้อและหรือแจ้งข้อมูลรายละเอียดของสินค้าได้ด้วย โดยทั่วไปกล่องกระดาษลูกฟูกจะทำหน้าที่เพื่อการขนส่ง แต่สามารถออกแบบเพื่อการขายปลีกได้ โครงสร้างของกล่องกระดาษลูกฟูกขึ้นกับจำนวนแผ่นกระดาษลูกฟูก ส่วนประกอบของกระดาษ ชนิดของลอน รูปแบบของกล่อง ขนาดของกล่อง รอยต่อของกล่องและการปิดฝากล่อง&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#33cc00;"&gt;&lt;br /&gt;การออกแบบต้องคำนึงถึงสภาพการใช้งานและคุณสมบัติของสินค้า ถ้าสินค้านั้นๆเป็นประเภทที่สามารถรับน้ำหนักกดทับได้ ( อาหารกระป๋อง ขวดแก้ว ฯลฯ ) การกำหนดคุณภาพของกล่องควรยึดค่าการต้านแรงดันทะลุเป็นหลัก แต่ถ้าสินค้าไม่สามารถรับน้ำหนักกดทับได้หรือรับได้เพียงเล็กน้อย เช่น ผัก ผลไม้สด อาหารบรรจุในขวดหรือถุงพลาสติก ฯลฯ ก็ควรกำหนดคุณภาพของกล่องด้วยค่าของการต้านแรงกดของกล่อง โดยพิจารณาจากสภาพการลำเลียงขนส่งและเก็บรักษาควบคู่กันไป &lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/4715777919311656922-3465764902893240126?l=thaipackaging.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/4715777919311656922/posts/default/3465764902893240126'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/4715777919311656922/posts/default/3465764902893240126'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://thaipackaging.blogspot.com/2009/06/blog-post_9163.html' title='กล่องกระดาษลูกฟูก'/><author><name>หนุ่ม</name><uri>http://www.blogger.com/profile/11295384231856142650</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><media:thumbnail xmlns:media='http://search.yahoo.com/mrss/' url='http://1.bp.blogspot.com/_kNa5TA0cevg/SiUT7MgtgqI/AAAAAAAAAAk/8trFdxqX0ig/s72-c/%E0%B8%81%E0%B8%A5%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%94%E0%B8%B2%E0%B8%A9.jpg' height='72' width='72'/></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-4715777919311656922.post-2598268614142480704</id><published>2009-06-02T04:52:00.000-07:00</published><updated>2009-06-02T20:24:17.473-07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='บรรจุภัณฑ์กระดาษ'/><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='บรรจุภัณฑ์'/><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='กล่องกระดาษ'/><title type='text'>กล่องกระดาษแข็ง</title><content type='html'>&lt;span style="font-family:arial;color:#ff6666;"&gt;&lt;strong&gt;7. กล่องกระดาษแข็ง&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#009900;"&gt;เป็นบรรจภัณฑ์กระดาษขายปลีกที่ได้รับความนิยมสูงสุดสามารถทำจากกระดาษแข็งได้หลายชนิด อาทิ กระดาษไม่เคลือบ ( กระดาษขาว - เทากระดาษเคลือบ กระดาษการ์ด กระดาษอาร์ตมัน กระดาษฮาร์ตบอร์ด เป็นต้น นอกจากนี้ยังสามารถเคลือบวัสดุอื่น เช่น วานิชพลาสติก ไข เพื่อปรับคุณสมบัติให้ดีขึ้น รูปแบบของกล่องกระดาษแข็งแบ่งได้เป็น 2 ประเภท คือ กล่องแบบพับได้ (Folding Carton) หรือ (Cardboard) กล่องแบบคงรูป (Set-Up Box) ส่วนกระดาษแข็งที่ใช้ทำกล่องมี 2 ประเภทดังนี้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#ff6666;"&gt;1.&lt;/span&gt; กระดาษกล่องขาวเคลือบ นิยมใช้ในการบรรจุสินค้าอุปโภคและบริโภคกันมากเพราะสามารถพิมพ์ระบบออฟเซ็ทสอดสีได้หลายสีสวยงาม และทำให้สินค้าที่บรรจุภายในกล่องดูมีคุณค่าขึ้น มีขายตามร้านขายเครื่องเขียนทั่วไป เรียกอีกชื่อว่ากระดาษแข็งเทา - ขาว ในการทำกล่องบรรจุผลิตกัณฑ์อาหารนิยมใช้กระดาษชนิดนี้เพราะหาซื้อง่าย &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#009900;"&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#ff6666;"&gt;2.&lt;/span&gt; กระดาษกล่องขาวไม่เคลือบคล้ายกับชนิดเคลือบแต่เนื้อหยาบกว่า สีขาวของกระดาษไม่สม่ำเสมอ แต่มีราคาถูกกว่า ต้องพิมพ์ด้วยระบบธรรมดา เช่น กล่องใส่รองเท้า กล่องใส่ขนมไหว้พระจันทร์ เป็นต้น การเลือกใช้กล่องกระดาษแข็ง ต้องดูคุณสมบัติการใช้งานเป็นหลัก เช่น ความสามารถในการรับน้ำหนักได้ประมาณ 2- 3 ปอนด์ แล้วแต่ขนาดและความหนาของกระดาษ ความเรียบของผิวกระดาษความชื้น การต้านแรงดันทะลุ ความหนา ความขาว สว่าง สามารถพิมพ์สีสรรได้ดี คงทนต่อการโค้งงอ สามารถพับเป็นแผ่นแบนได้ไม่เปลืองเนื้อที่ในการเก็บและขนส่งมีขนาดมากามายให้เลือกได้ตามต้องการ ง่ายที่จะตัด เจาะหรือบิด&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;               กระดาษมีราคาถูก ทั้งวัสดุและกรรมวิธีการผลิตในการออกแบบกล่องกระดาษแข็งการเลือกขนาดของกระดาษและแบบของกล่องจะขึ้นอยู่กับความต้องการของตลาดและชนิดของสินค้า การตั้งวางต้องคงตัว แข็งแรง ให้ความสวยงามเมื่อตั้งวางเป็นกลุ่ม ง่ายแก่การหยิบจับ &lt;/span&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/4715777919311656922-2598268614142480704?l=thaipackaging.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/4715777919311656922/posts/default/2598268614142480704'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/4715777919311656922/posts/default/2598268614142480704'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://thaipackaging.blogspot.com/2009/06/blog-post_6261.html' title='กล่องกระดาษแข็ง'/><author><name>หนุ่ม</name><uri>http://www.blogger.com/profile/11295384231856142650</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-4715777919311656922.post-5935675365191125115</id><published>2009-06-02T04:44:00.000-07:00</published><updated>2009-06-02T04:51:39.520-07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='บรรจุภัณฑ์กระดาษ'/><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='บรรจุภัณฑ์'/><title type='text'>บรรจุภัณฑ์กระดาษ</title><content type='html'>&lt;div&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#339999;"&gt;&lt;span style="color:#ff6666;"&gt;&lt;strong&gt;บรรจุภัณฑ์กระดาษ&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt; &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#339999;"&gt;&lt;br /&gt;ชนิดของกระดาษมีหลายแบบ และมีคุณภาพแตกต่างกันตามความเหนียว ทนทานต่อการฉีกขาด ดึงขาด ดันทะลุ สามารถตัด ดัด พับ งอ ได้ง่าย สามารถออกแบบบรรจุภัณฑ์ได้หลายแบบ กระดาษเป็นบรรจุภัณฑ์ที่มีน้ำหนักเบาที่สุดและมีราคาถูกที่สุด โดยปกติทั่วไป น้ำและก๊าซซึมผ่านกระดาษได้ดี ไม่สามารถป้องกันความชื้น อ่อนปวกเปียกเวลาโดนน้ำหรืออยู่ในสภาวะที่เปียกชื้นมีความคงรูป พิมพ์ได้งดงาม และสามารถใช้หมุนเวียน รีไซเคิลได้จึงไม่ก่อปัญหามลภาวะ สามารถทำเป็นหีบห่อได้มากมาย ตั้งแต่ถุงชนิดต่าง ๆ กล่องกระดาษ แต่ละชนิดมีความเหมาะสมกับการใช้งานแตกต่างกันไปตามลักษณะของสินค้าและสิ่งแวดล้อม&lt;br /&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5342696538686782770" style="DISPLAY: block; MARGIN: 0px auto 10px; WIDTH: 123px; CURSOR: hand; HEIGHT: 89px; TEXT-ALIGN: center" alt="" src="http://3.bp.blogspot.com/_kNa5TA0cevg/SiUSMfMifTI/AAAAAAAAAAc/nYBv4wSbtaI/s200/%E0%B8%9A%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%88%E0%B8%B8%E0%B8%A0%E0%B8%B1%E0%B8%93%E0%B8%91%E0%B9%8C%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%94%E0%B8%B2%E0%B8%A9.jpg" border="0" /&gt;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#339999;"&gt;&lt;span style="color:#ff6666;"&gt;&lt;strong&gt;ลักษณะโดยทั่วไปของบรรจุภัณฑ์กระดาษ มี 8 แบบ คือ&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#ff6666;"&gt;1.&lt;/span&gt; ถุงกระดาษ มีทั้งแบบแบนราบ ( ใช้ใส่อาหารชิ้นเล็ก ๆ ที่มีน้ำหนักเบา ) แบบมีขยายข้างและก้น ( ใช้บรรจุสินค้าที่มีปริมาณมาก เช่น แป้ง คุกกี้ ข้าวสาร ฯลฯ หรือใช้บุเป็นถุงในกล่องกระดาษแข็ง ) และแบบผนึก 4 ด้าน บรรจุสินค้าประเภทเครื่องเทศ คุณสมบัติของกระดาษที่ใช้ขึ้นกับการใช้งานเป็นหลัก กล่าวคือ สินค้าที่มีน้ำหนักมากควรใช้กระดาษเหนียวซึ่งมี ค่าของการต้านแรงดันทะลุ และการต้านแรงดึง ขาด อยู่ในเกณฑ์สูง หากสินค้ามีความชื้นสูงหรือเก็บในสภาวะเปียกชื้น กระดาษที่มีค่าการดูดซึมน้ำต่ำ ๆ เช่น กระดาษเคลือบไข กระดาษเคลือบพลาสติก เป็นต้น &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#339999;"&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#ff6666;"&gt;2.&lt;/span&gt; ถุงกระดาษหลายชั้น สินค้าที่นิยมคือ ปูนซีเมนต์ อาหารสัตว์ สารเคมี เม็ดพลาสติก ถุงประเภทนี้มีทั้งแบบปากเปิด และแบบมีลิ้น แต่ละแบบอาจจะมีส่วนขยายข้างด้วยก็ได้ วัสดุที่ใช้ทำจากกระดาษเหนียวที่ทำจากเยื่อเส้นใยยาว เพื่อให้มีความเหนียวสูง หากต้องการเพิ่มคุณสมบัติในด้านป้องกันความชื้นก็อาจเคลือบด้วยพลาสติก หรือยางมะตอยอีกชั้นหนึ่งวัสดุที่ใช้ทำถุงและซองกระดาษ ส่วนใหญ่นิยมใช้กระดาษคราฟท์ ซึ่งมีความหนาบางนำมาซ้อนเป็นผนังหลายชั้น หรือเคลือบผิวแตกต่างกันไปตามหน้าที่ใช้สอย เหมาะสำหรับขนส่งสินค้าที่มีน้ำหนักมากกว่า 10 กิโลกรัมเป็นบรรจุภัณฑ์ที่ใช้กันมากสำหรับผลิตภัณฑ์ประเภทเครื่องอุปโภคบริโภคในหน่วยขายแบบปลีกย่อยซึ่งจัดได้ว่าเป็น Individual package อีกแบบหนึ่ง ที่มีความใกล้ชิดกับวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของผู้บริโภคเป็นอย่างมาก อีกทั้งยังเป็นสื่อโฆษณาประเภทสิ่งพิมพ์ที่แสดงเอกลักษณ์ของผลิตภัณฑ์ได้ดีอีกด้วย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#ff6666;"&gt;3.&lt;/span&gt; ซองกระดาษ ใช้บรรจุสินค้าต่าง ๆ เช่น ใบเลื่อย หัวสว่าน ยาเม็ด เมล็ดพืช จดหมาย ฯลฯ การเลือกใช้ขนาดและชนิดของซองขึ้นกับชนิดของสินค้าและความแน่นหนาที่ต้องการกระดาษที่ใช้ทำซองต้องพิจารณาถึงความคุ้มครอง รูปร่าง และราคาเป็นหลัก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#ff6666;"&gt;&lt;span style="color:#ff6666;"&gt;4&lt;/span&gt;.&lt;/span&gt; เยื่อกระดาษขึ้นรูปมีทั้งชนิดที่ทำจากเยื่อบริสุทธิ์ซึ่งใช้บรรจุอาหารสำเร็จรูปและอาหารที่เข้าตู้อบไมโครเวฟได้ และชนิดที่ทำจาก เยื่อเศษกระดาษซึ่งใช้บรรจุ ไข่ ผัก ผลไม้สด และทำเป็นวัสดุกันกระแทก การเลือกใช้ต้องคำนึงถึงชนิดของผลิตภัณฑ์ที่จะบรรจุเป็นสำคัญ เพราะเกี่ยวข้องกับความปลอดภัยของผู้บริโภค&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#ff6666;"&gt;&lt;span style="color:#ff6666;"&gt;5&lt;/span&gt;.&lt;/span&gt; ถังกระดาษ มีลักษณะเช่นเดียวกับกระป๋องกระดาษ แต่มีขนาดใหญ่ ใช้เพื่อการขนส่ง สินค้าที่นิยมบรรจุคือ สารเคมี เม็ดพลาสติก ฯลฯ การเลือกใช้ต้องคำนึงความแข็งแรงเมื่อเรียงซ้อนเป็นหลักโดยการทดสอบค่าของการต้านแรงกด&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#ff6666;"&gt;6.&lt;/span&gt; กระป๋องกระดาษ เป็นบรรจุภัณฑ์รูปทรงกระบอกที่ได้จากการพันกระดาษทับกันหลาย ๆ ชั้น พันแบบเกลียวหรือแบบแนวตรง ถ้าใช้กระดาษเหนียวแต่เพียงอย่างเดียวจะเรียกว่า Paper Can นิยมใช้บรรจุของแห้ง แต่ถ้าใช้วัสดุร่วมระหว่าง กระดาษเหนียว / อลูมิเนียมฟอยล์ / พลาสติก จะเรียกว่า Compostie Can ซึ่งมักจะบรรจุอาหารประเภทขนมขบเคี้ยวต่าง ๆ ฝากระป๋องมักเป็นโลหะหรือพลาสติกบางครั้งจะใช้ฝา แบบมีห่วงเปิดง่าย การเลือกใช้ต้องพิจารณาคุณภาพของตะเข็บระหว่างตัวกระป๋องฝาและรอยต่อของการพัน เพื่อป้องกันมิให้เกิดการรั่วซึม &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/4715777919311656922-5935675365191125115?l=thaipackaging.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/4715777919311656922/posts/default/5935675365191125115'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/4715777919311656922/posts/default/5935675365191125115'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://thaipackaging.blogspot.com/2009/06/8-1.html' title='บรรจุภัณฑ์กระดาษ'/><author><name>หนุ่ม</name><uri>http://www.blogger.com/profile/11295384231856142650</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><media:thumbnail xmlns:media='http://search.yahoo.com/mrss/' url='http://3.bp.blogspot.com/_kNa5TA0cevg/SiUSMfMifTI/AAAAAAAAAAc/nYBv4wSbtaI/s72-c/%E0%B8%9A%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%88%E0%B8%B8%E0%B8%A0%E0%B8%B1%E0%B8%93%E0%B8%91%E0%B9%8C%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%94%E0%B8%B2%E0%B8%A9.jpg' height='72' width='72'/></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-4715777919311656922.post-1806452025058698578</id><published>2009-06-02T04:37:00.000-07:00</published><updated>2009-06-02T04:43:37.763-07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='ออกแบบบรรจุภัณฑ์'/><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='การออกแบบบรรจุภัณฑ์'/><title type='text'>การออกแบบบรรจุภัณฑ์</title><content type='html'>&lt;a href="http://3.bp.blogspot.com/_kNa5TA0cevg/SiUQHJyLpUI/AAAAAAAAAAU/QJu9zcsaKbw/s1600-h/7wh.jpg"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5342694248016487746" style="FLOAT: left; MARGIN: 0px 10px 10px 0px; WIDTH: 200px; CURSOR: hand; HEIGHT: 189px" alt="" src="http://3.bp.blogspot.com/_kNa5TA0cevg/SiUQHJyLpUI/AAAAAAAAAAU/QJu9zcsaKbw/s200/7wh.jpg" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#ff6666;"&gt;&lt;strong&gt;การออกแบบบรรจุภัณฑ์&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#33cc00;"&gt;ขั้นตอนการออกแบบ ก่อนอื่นต้องมีจุดมุ่งหมายก่อน คือ ต้องศึกษาข้อมูลว่าโพสิชั่นตำแหน่งของบรรจุภัณฑ์ของคู่แข่งในตลาดเป็นอย่างไร ก่อนที่จะออกแบบกราฟฟิคของบรรจุภัณฑ์ได้อย่างถูกต้อง ถ้ามีอยู่ในตลาดอยู่แล้ว ก็จะง่ายขึ้นในการออกแบบจากตำแหน่งของสินค้า ต่อมาก็ต้องหาจุดขายของสินค้า ที่จะโฆษณาบนบรรจุภัณฑ์ สองสิ่งนี้เป็นองค์ประกอบสำคัญในการตั้งจุดมุ่งหมายของการออกแบบกราฟฟิกบนบรรจุภัณฑ์ &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#33cc00;"&gt;&lt;br /&gt;การวางแผนออกแบบบรรจุภัณฑ์ ปัจจัยต่าง ๆ ที่ได้จากการวิเคราะห์รวบรวมข้อมูลขั้นต้นเพื่อเตรียมร่างจุดมุ่งหมายและขอบเขตการออกแบบพัฒนาบรรจุภัณฑ์ ก่อนที่จะปรับปรุงพัฒนาบรรจุภัณฑ์ อาจวางแผนได้ 2 วิธี คือ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;&lt;span style="color:#ff6666;"&gt;1&lt;/span&gt;.&lt;/strong&gt; ปรับปรุงพัฒนาบรรจุภัณฑ์ให้สามารถแข่งขันกับคู่แข่งขันโดยตรงได้ด้วยบรรจุภัณฑ์ที่ดีกว่าหรือด้วยงบที่ถูกกว่า การตั้งเป้าหมายและวางแผนการพัฒนาบรรจุภัณฑ์ดังกล่าว ย่อมต้องศึกษาสถานภาพบรรจุภัณฑ์ของคู่แข่ง และรู้ถึงกลยุทธ์การตลาดที่จะแข่งกับคู่แข่งขัน และนโยบายของบริษัทตัวเอง&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;&lt;span style="color:#ff6666;"&gt;2.&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt; พัฒนาบรรจุภัณฑ์ให้แหวกแนวสร้างความแตกต่างจากคู่แข่งขันโดยทั่วไปเราสามารถวิเคราะห์การวางแผนพัฒนาบรรจุภัณฑ์ โดยใช้หลัก 5W + 2H ได้ดังนี้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;• &lt;span style="color:#ff6666;"&gt;WHY&lt;/span&gt; ทำไม มีปัจจัยอะไรทำให้ต้องออกแบบบรรจุภัณฑ์ใหม่ ทำไมต้องพัฒนากราฟฟิกของบรรจุภัณฑ์&lt;br /&gt;• &lt;span style="color:#ff6666;"&gt;WHO &lt;/span&gt;ใครเป็นผู้รับผิดชอบในการพัฒนาบรรจุภัณฑ์นี้ แผนกใดเกี่ยวข้อง มีบุคคลใดบ้าง&lt;br /&gt;• &lt;span style="color:#ff6666;"&gt;WHAT&lt;/span&gt; อะไร จุดมุ่งหมายการพัฒนาบรรจุภัณฑ์คืออะไร ข้อจำกัดในการออกแบบมีอะไรบ้าง จุดขายของสินค้าคืออะไร การใช้งานของบรรจุภัณฑ์คืออะไร&lt;br /&gt;• &lt;span style="color:#ff6666;"&gt;WHERE&lt;/span&gt; ที่ไหน สถานที่ที่จะวางจำหน่ายสินค้าอยู่ที่ไหน ขอบเขตพื้นที่ที่จะวางขายสินค้าบรรจุภัณฑ์ที่ออกแบบครอบคลุมพื้นที่มากน้อยแค่ไหน ถ้าไม่ศึกษาให้ดีพอนำบรรจุณฑ์ไปวางอาจใหญ่เกินไป วางไม่สวย มองเห็นบรรจุภัณฑ์แล้วไม่เด่นพอ ทำให้จะเปลี่ยนแปลงอะไรตอนนั้นคงเสียต้นทุนสูงมากเพราะต้องเริ่มใหม่หมด&lt;br /&gt;• &lt;span style="color:#ff6666;"&gt;HOW&lt;/span&gt; อย่างไร จะใช้เทคโนโลยีอย่างไหนที่เหมาะสมดี&lt;br /&gt;• &lt;span style="color:#ff6666;"&gt;HOW MUCH&lt;/span&gt; งบค่าใช้จ่ายที่จะใช้ในการพัฒนาบรรจุภัณฑ์มีเท่าไร&lt;br /&gt;• &lt;span style="color:#ff6666;"&gt;WHEN&lt;/span&gt; เมื่อไร ควรจะเริ่มงานการพัฒนาเมื่อไร เมื่อไรจะพัฒนาเสร็จ วางตลาดเมื่อไร ต้องมีการวางแผนจะได้เสร็จทัน&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/4715777919311656922-1806452025058698578?l=thaipackaging.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/4715777919311656922/posts/default/1806452025058698578'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/4715777919311656922/posts/default/1806452025058698578'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://thaipackaging.blogspot.com/2009/06/blog-post_3125.html' title='การออกแบบบรรจุภัณฑ์'/><author><name>หนุ่ม</name><uri>http://www.blogger.com/profile/11295384231856142650</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><media:thumbnail xmlns:media='http://search.yahoo.com/mrss/' url='http://3.bp.blogspot.com/_kNa5TA0cevg/SiUQHJyLpUI/AAAAAAAAAAU/QJu9zcsaKbw/s72-c/7wh.jpg' height='72' width='72'/></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-4715777919311656922.post-9152816251067417499</id><published>2009-06-02T04:27:00.000-07:00</published><updated>2009-06-08T23:32:47.205-07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='บรรจุภัณฑ์'/><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='thaipackaging'/><title type='text'>บรรจุภัณฑ์</title><content type='html'>&lt;a href="http://3.bp.blogspot.com/_kNa5TA0cevg/SiUOr_6EitI/AAAAAAAAAAM/j4edpzM4jUc/s1600-h/choc1.jpg"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5342692681997126354" style="DISPLAY: block; MARGIN: 0px auto 10px; WIDTH: 118px; CURSOR: hand; HEIGHT: 110px; TEXT-ALIGN: center" alt="" src="http://3.bp.blogspot.com/_kNa5TA0cevg/SiUOr_6EitI/AAAAAAAAAAM/j4edpzM4jUc/s320/choc1.jpg" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#ff6666;"&gt;&lt;strong&gt;บรรจุภัณฑ์&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#333333;"&gt;&lt;span style="font-family:arial;"&gt;ตามปกติเราสามารถแบ่งภาชนะบรรจุได้เป็น 2 แบบ คือ&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;"&gt;&lt;span style="color:#ff9966;"&gt;&lt;br /&gt;แบบที่ 1&lt;/span&gt; คือ ภาชนะบรรจุเพื่อการขนส่ง เป็นภาชนะบรรจุชั้นนอกซึ่งใช้เพื่อการขนส่ง&lt;br /&gt;และเก็บรักษา ทำหน้าที่อำนวยความสะดวกในการลำเลียงขนส่ง รวมทั้งช่วยป้องกัน&lt;br /&gt;สินค้ามิให้เสียหายในระหว่างการขนส่ง &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style="color:#333333;"&gt;&lt;span style="font-family:arial;"&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#ff9966;"&gt;แบบที่2&lt;/span&gt; คือ ภาชนะบรรจุเพื่อการขายปลีกคือ ภาชนะบรรจุหน่วยย่อยที่มีสินค้าอยู่&lt;br /&gt;ลูกค้าสามารถสัมผัสได้โดยตรง และใช้เป็นหน่วยของการขายปลีก ภาชนะบรรจุ&lt;br /&gt;ประเภทนี้ ควรมีคุณสมบัติในการรักษาคุณภาพของสินค้า ตลอดจนแจ้งข้อมูลของ&lt;br /&gt;สินค้าได้ครบถ้วนและช่วยดึงดูดผู้บริโภคได้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#ff6666;"&gt;“บรรจุภัณฑ์” สามารถจำแนกประเภทได้ดังนี้ &lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style="font-family:arial;"&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#333333;"&gt;1.บรรจุภัณฑ์สำหรับการขาย (Sales packaging) คือ บรรจุภัณฑ์ที่ใช้เป็นส่วนหนึ่ง&lt;br /&gt;ของการขายของให้กับผู้บริโภค ณ จุดซื้อหรือผู้ใช้รายสุดท้าย&lt;br /&gt;2.บรรจุภัณฑ์กลุ่ม (Group packaging) คือ บรรจุภัณฑ์ที่ใช้ที่จุดซื้อกลุ่มสินค้าที่มี&lt;br /&gt;จำนวนขายมากกว่าหนึ่ง ไม่ว่าสินค้านั้นจะถูกขายให้กับผู้ใช้รายสุดท้ายหรือผู้บริโภค&lt;br /&gt;หรือไม่ก็ตาม และไม่ว่าบรรจุภัณฑ์นี้จะถูกใช้เพื่อการดึงสินค้าจากชั้นวางของ ณ จุดขาย&lt;br /&gt;ก็ตาม บรรจุภัณฑ์นี้สามารถถูกดึงออกจากสินค้าโดยไม่ส่งผลกระทบต่อลักษณะ&lt;br /&gt;เฉพาะตัวของสินค้า&lt;br /&gt;3.บรรจุภัณฑ์สำหรับการขนส่ง คือ บรรจุภัณฑ์ที่ใช้สำหรับช่วยในการลำเลียงและ&lt;br /&gt;ขนส่งสินค้า ที่ขายจำนวนมากหรือกลุ่มบรรจุภัณฑ์ เพื่อป้องกันความเสียหายทาง&lt;br /&gt;กายภาพระหว่างการขนส่ง บรรจุภัณฑ์สำหรับการขนส่งไม่รวมตู้คอนเทนเนอร์สำหรับ&lt;br /&gt;การขนส่งทาง ถนน รางเลื่อน เรือหรือทางอากาศ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;การจะถือว่าของสิ่งหนึ่งเป็นบรรจุภัณฑ์ ได้ต่อเมื่อ ของสิ่งนั้นเป็นไปตามความหมายที่&lt;br /&gt;กล่าวข้างต้น โดยไม่พิจารณาคาบเกี่ยวกับ หน้าที่อื่นที่บรรจุภัณฑ์อาจทำได้&lt;br /&gt;เว้นแต่สิ่งสิ่งนั้นจะถูกผนวกรวมเข้าเป็นส่วนหนึ่งของสินค้า และมีความจำเป็นเพื่อ&lt;br /&gt;ห่อหุ้ม พยุง หรือ ถนอมรักษาสินค้าตลอดอายุของสินค้านั้น และมีวัตถุประสงค์ให้&lt;br /&gt;ใช้ บริโภค หรือทิ้ง องค์ประกอบทุกชิ้นพร้อมกับสินค้า&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ตัวอย่างสิ่งที่ถือเป็นบรรจุภัณฑ์ตามหลักเกณฑ์นี้ เช่น กล่องใส่ช็อคโกแลต&lt;br /&gt;ตัวอย่างสิ่งที่ไม่ถือเป็นบรรจุภัณฑ์ตามหลักเกณฑ์นี้ เช่น กระถางดอกไม้ที่เปลี่ยน&lt;br /&gt;ไม่ได้ กล่องใส่เครื่องมือช่าง ผิวหุ้มไส้กรอก ถุงชา ชั้นแว็กซ์ห่อหุ้มเนยแข็ง เป็นต้น&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#333333;"&gt;สำหรับสิ่งที่ถูกออกแบบและมีวัตถุประสงค์ให้เติมเต็ม ณ จุดขาย และขายสิ่งที่ทิ้งได้&lt;br /&gt;ที่ถูกเติมเต็มหรือออกแบบและมีวัตถุประสงค์ ให้เติมเต็ม ณ จุดขาย เป็นบรรจุภัณฑ์&lt;br /&gt;หากสิ่งสิ่งนั้น ทำหน้าที่เป็นบรรจุภัณฑ์&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#333333;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;span style="font-family:arial;"&gt;&lt;span style="color:#333333;"&gt;ตัวอย่างสิ่งที่ถือเป็นบรรจุภัณฑ์ตามหลักเกณฑ์นี้ เช่น จานหรือถ้วยที่ใช้แล้วทิ้ง&lt;br /&gt;พลาสติกใสปิดหน้าอาหาร (พลาสติกแรป) ถุงแซนวิชถุงหิ้วทำจากกระดาษหรือพลาสติก&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#333333;"&gt;ตัวอย่างสิ่งที่ไม่ถือเป็นบรรจุภัณฑ์ตามหลักเกณฑ์นี้ เช่น มีดพลาสติกใช้แล้วทิ้ง&lt;br /&gt;ที่คนอาหาร ให้ถือว่า ส่วนประกอบของบรรจุภัณฑ์ หรือส่วนช่วยที่รวมอยู่ในบรรจุภัณฑ์&lt;br /&gt;เป็นส่วนหนึ่งของบรรจุภัณฑ์ที่รวมองค์ประกอบเหล่านั้น&lt;br /&gt;สำหรับส่วนช่วยที่แขวนโดยตรงกับหรือติดกับสินค้าที่ทำหน้าที่ของบรรจุภัณฑ์&lt;br /&gt;เป็นบรรจุภัณฑ์ เว้นแต่ของเหล่านั้นจะเป็นส่วนหนึ่ง ของสินค้า และมีวัตถุประสงค์ให้บริโภค&lt;br /&gt;และทิ้งองค์ประกอบทุกชิ้นพร้อมกับสินค้า&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#333333;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;span style="color:#333333;"&gt;&lt;span style="font-family:arial;"&gt;ตัวอย่างสิ่งที่ถือเป็นบรรจุภัณฑ์ตามหลักเกณฑ์นี้ เช่น แผ่นป้ายเลเบล ที่แขวนโดยตรง&lt;br /&gt;หรือติดบนตัวสินค้าลวดเย็บกระดาษ ซองพลาสติก แปรงมาสคาร่า ที่เป็นส่วนหนึ่งของฝาปิดตลับมาสคาร่า Label ที่ติดกับบรรจุภัณฑ์ชิ้นอื่น ถ้วยตวง ผงซักฟอกที่เป็นส่วนหนึ่งของภาชนะใส่ผงซักฟอก &lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/4715777919311656922-9152816251067417499?l=thaipackaging.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/4715777919311656922/posts/default/9152816251067417499'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/4715777919311656922/posts/default/9152816251067417499'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://thaipackaging.blogspot.com/2009/06/blog-post_5872.html' title='บรรจุภัณฑ์'/><author><name>หนุ่ม</name><uri>http://www.blogger.com/profile/11295384231856142650</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><media:thumbnail xmlns:media='http://search.yahoo.com/mrss/' url='http://3.bp.blogspot.com/_kNa5TA0cevg/SiUOr_6EitI/AAAAAAAAAAM/j4edpzM4jUc/s72-c/choc1.jpg' height='72' width='72'/></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-4715777919311656922.post-6293521833740467924</id><published>2009-06-02T04:21:00.000-07:00</published><updated>2009-06-02T20:40:57.913-07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='การบรรจุภัณฑ์'/><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='บรรจุภัณฑ์'/><title type='text'>การบรรจุภัณฑ์</title><content type='html'>&lt;div align="left"&gt;&lt;span style="color:#ff6666;"&gt;&lt;strong&gt;&lt;span style="font-family:arial;"&gt;ความหมายคำว่าบรรจุภัณฑ์ และคำศัพท์ที่เกี่ยวข้องกับการบรรจุภัณฑ์&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style="font-family:arial;"&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#333333;"&gt;&lt;strong&gt;&lt;span style="color:#ff6666;"&gt;บรรจุภัณฑ์&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt; หมายถึง สินค้าทุกชนิดที่ทำจากวัสดุใดๆ ที่นำมาใช้สำหรับห่อหุ้ม&lt;br /&gt;ป้องกัน ลำเลียง จัดส่ง และนำเสนอสินค้า ตั้งแต่วัตถุดิบถึงสินค้าที่ผ่านการผลิต&lt;br /&gt;ตั้งแต่ผู้ผลิตถึงผู้ใช้หรือผู้บริโภค&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#ff6666;"&gt;Packagingหรือการบรรจุหีบห่อ&lt;/span&gt; คือแนวความคิดรวมของระบบในการเตรียมสินค้าเพื่อการจัดจำหน่าย ขนส่ง เพื่อการเก็บรักษาและการตลาด ให้เหมาะสมกับต้นทุนสินค้าและคุณสมบัติของสินค้า&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ปัจจุบันเทคโนโลยีได้เข้ามามีบทบาทต่อชีวิตประจำวัน ของคนเรามากขึ้น การบรรจุหีบห่อมีความสำคัญมากขึ้นโดยลำดับ เนื่องจากการบรรจุหีบห่อเป็นปัจจัยที่สำคัญในการนำสินค้าจากแหล่งผลิตสู่มือ ผู้บริโภคในคุณภาพซึ่งเป็นที่ยอมรับได้ บรรจุภัณฑ์มีความสัมพันธ์กับขั้นตอนต่างๆ หลายขั้นตอน ตั้งแต่การเตรียมสินค้า การ บรรจุ การลำเลียงและขนส่ง จนถึงการตลาด&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#ff6666;"&gt;การแพ็คของหรือวิธีการบรรจุ packing&lt;/span&gt; หมายถึง วิธีการบรรจุสินค้า การห่อหุ้ม&lt;br /&gt;หรือการใส่ลงในภาชนะปิดใดๆ ก็ได้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;&lt;span style="color:#ff6666;"&gt;หีบห่อ pack&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt; คือ การวางผลิตภัณฑ์ในภาชนะบรรจุหรือทำให้เป็นห่อ เป็นมัด&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;&lt;span style="color:#ff6666;"&gt;ภาชนะบรรจุ a package&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt; หมายถึงหนึ่งหน่วยของผลิตภัณฑ์ที่ห่อแล้ว หรือใส่ลงในภาชนะบรรจุแล้ว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;&lt;span style="color:#ff6666;"&gt;container หรือที่ใส่ของ&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt; คือ ที่ใส่ของเพื่อใช้ในการเตรียมสินค้าสำหรับการขนส่ง&lt;br /&gt;และจัดจำหน่าย บางครั้งหมายถึง ตู้ขนาดใหญ่ ที่ใช้ขนส่งสินค้าทางอากาศหรือทางเรือ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;การที่จะเลือกใช้ภาชนะบรรจุสำหรับสินค้าชนิดหนึ่งๆ นั้นควรต้องคำนึงถึงการออกแบบภาชนะ  &lt;br /&gt;บรรจุให้ถูกต้องเหมาะสม คือ ต้องมีความสอดคล้องกับสินค้า สภาพการขนส่ง&lt;br /&gt;และการตลาด ซึ่งการออกแบบดังกล่าวก็ยังสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภท&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ประเภทแรก คือ การออกแบบด้าน โครงสร้าง ซึ่งต้องใช้เทคนิคในการเลือกใช้ชนิดของวัสดุ การกำหนดขนาด รูปแบบ วิธีการบรรจุ และส่วนประกอบต่างๆ เพื่อให้ภาชนะบรรจุนั้นสามารถทำหน้าที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ประเภทที่สอง เรียกว่า การออกแบบด้านกราฟฟิก คือ การออกแบบที่ให้ผลต่อการส่งเสริมการขาย ซึ่งเกี่ยวข้องกับคุณภาพของการพิมพ์ การตกแต่งด้านสีสัน รูปภาพ รูปร่าง เพื่อให้ภาชนะบรรจุนั้นมีความสวยงาม ซึ่งสามารถสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลิตภัณฑ์นั้นได้เป็นอย่างดี &lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style="font-family:arial;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;font-size:78%;color:#c0c0c0;"&gt;ขอขอบคุณที่มาจากคุณมยุรี ภาคลำเจียก&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/4715777919311656922-6293521833740467924?l=thaipackaging.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/4715777919311656922/posts/default/6293521833740467924'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/4715777919311656922/posts/default/6293521833740467924'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://thaipackaging.blogspot.com/2009/06/blog-post_02.html' title='การบรรจุภัณฑ์'/><author><name>หนุ่ม</name><uri>http://www.blogger.com/profile/11295384231856142650</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-4715777919311656922.post-2045748865688086744</id><published>2009-06-01T02:15:00.000-07:00</published><updated>2009-06-08T23:33:57.636-07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='บรรจุภัณฑ์'/><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='บรรจุภัณฑ์คืออะไร'/><title type='text'>บรรจุภัณฑ์คืออะไร</title><content type='html'>&lt;span style="font-family:arial;color:#333333;"&gt;&lt;span style="color:#3366ff;"&gt;“บรรจุภัณฑ์”&lt;/span&gt; หมายถึง &lt;/span&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#333333;"&gt;สินค้าทุกชนิดที่ทำจากวัสดุใดๆ ที่นำมาใช้สำหรับห่อหุ้ม ป้องกัน ลำเลียง จัดส่ง และนำเสนอสินค้า ตั้งแต่วัตถุดิบถึงสินค้าที่ผ่านการผลิต ตั้งแต่ผู้ผลิตถึงผู้ใช้หรือผู้บริโภค&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style="font-family:arial;"&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#333333;"&gt;&lt;span style="color:#3366ff;"&gt;“บรรจุภัณฑ์”&lt;/span&gt; ประกอบด้วย บรรจุภัณฑ์สำหรับการขาย (Sales packaging) หรือบรรจุภัณฑ์ลำดับที่หนึ่ง ได้แก่บรรจุภัณฑ์ที่ใช้เป็นส่วนหนึ่งของการขายของให้กับผู้ใช้รายสุดท้ายหรือผู้บริโภค ณ จุดซื้อ บรรจุภัณฑ์กลุ่ม (Group packaging) หรือบรรจุภัณฑ์ลำดับที่สอง ได้แก่บรรจุภัณฑ์ที่ใช้ที่จุดซื้อกลุ่มสินค้าที่มีจำนวนขายมากกว่าหนึ่ง ไม่ว่าสินค้านั้นจะถูกขายให้กับผู้ใช้รายสุดท้ายหรือผู้บริโภคหรือไม่ก็ตาม และไม่ว่าบรรจุภัณฑ์นี้จะถูกใช้เพื่อการดึงสินค้าจากชั้นวางของ ณ จุดขายก็ตาม บรรจุภัณฑ์นี้สามารถถูกดึงออกจากสินค้าโดยไม่ส่งผลกระทบต่อลักษณะเฉพาะตัวของสินค้า บรรจุภัณฑ์สำหรับการขนส่ง หรือบรรจุภัณฑ์ลำดับที่สาม ได้แก่ บรรจุภัณฑ์ที่ใช้สำหรับช่วยในการลำเลียงและขนส่งสินค้า ที่ขายจำนวนมากหรือกลุ่มบรรจุภัณฑ์ เพื่อป้องกันความเสียหายทางกายภาพระหว่างการขนส่ง บรรจุภัณฑ์สำหรับการขนส่งไม่รวมตู้คอนเทนเนอร์สำหรับการขนส่งทาง ถนน รางเลื่อน เรือหรือทางอากาศ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#3366ff;"&gt;การตีความหมายของคำว่า “บรรจุภัณฑ์” ให้ถือตามเกณฑ์ต่อไปนี้&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;จะถือว่าของสิ่งหนึ่งเป็นบรรจุภัณฑ์ ต่อเมื่อของสิ่งนั้นเป็นไปตามความหมายที่กล่าวข้างต้น โดยไม่พิจารณาคาบเกี่ยวกับหน้าที่อื่นที่บรรจุภัณฑ์อาจทำได้ เว้นแต่สิ่งสิ่งนั้นจะถูกผนวกรวมเข้าเป็นส่วนหนึ่งของสินค้า และมีความจำเป็นเพื่อห่อหุ้ม พยุง หรือถนอมรักษาสินค้าตลอดอายุของสินค้านั้น และมีวัตถุประสงค์ให้ใช้ บริโภค หรือทิ้ง องค์ประกอบทุกชิ้นพร้อมกับสินค้าตัวอย่าง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;สิ่งที่ถือเป็นบรรจุภัณฑ์ตามเกณฑ์นี้ ได้แก่: กล่องขนมหวาน แผ่นฟิล์มห่อรอบกล่องซีดี&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ตัวอย่างสิ่งที่ไม่ถือเป็นบรรจุภัณฑ์ตามเกณฑ์นี้ ได้แก่: กระถางดอกไม้ที่มุ่งหวังให้อยู่คู่กับต้นไม้ตลอดอายุของต้นไม้ กล่องใส่เครื่องมือช่าง ถุงชา ชั้นแว็กซ์ห่อหุ้มเนยแข็ง ผิวหุ้มไส้กรอก เป็นต้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ให้ถือว่า สิ่งที่ถูกออกแบบและมีวัตถุประสงค์ให้เติมเต็ม ณ จุดขาย และขายสิ่งที่ทิ้งได้ ที่ถูกเติมเต็มหรือออกแบบและมีวัตถุประสงค์ให้เติมเต็ม ณ จุดขาย เป็นบรรจุภัณฑ์ หากสิ่งสิ่งนั้น ทำหน้าที่เป็นบรรจุภัณฑ์&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ตัวอย่างสิ่งที่ถือเป็นบรรจุภัณฑ์ตามเกณฑ์นี้ ได้แก่: ถุงหิ้วทำจากกระดาษหรือพลาสติก จานหรือถ้วยที่ใช้แล้วทิ้ง พลาสติกใสปิดหน้าอาหาร (พลาสติกแรป) ถุงแซนวิช แผ่นฟอลย์อลูมิเนียม เป็นต้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ตัวอย่างสิ่งที่ไม่ถือเป็นบรรจุภัณฑ์ตามเกณฑ์นี้ ได้แก่: ที่คน มีดแบบใช้แล้วทิ้ง เป็นต้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ให้ถือว่า ส่วนประกอบของบรรจุภัณฑ์ หรือส่วนช่วยที่รวมอยู่ในบรรจุภัณฑ์ เป็นส่วนหนึ่งของบรรจุภัณฑ์ที่รวมองค์ประกอบเหล่านั้น ให้ถือว่า ส่วนช่วยที่แขวนโดยตรงกับหรือติดกับสินค้าที่ทำหน้าที่ของบรรจุภัณฑ์ เป็นบรรจุภัณฑ์ เว้นแต่ของเหล่านั้นจะเป็นส่วนหนึ่งของสินค้า และมีวัตถุประสงค์ให้บริโภค และทิ้งองค์ประกอบทุกชิ้นพร้อมกับสินค้าตัวอย่าง&lt;br /&gt;สิ่งที่ถือเป็นบรรจุภัณฑ์ตามเกณฑ์นี้ ได้แก่: แผ่นป้าย Label ที่แขวนโดยตรงหรือติดบนตัวสินค้า เป็นต้น&lt;br /&gt;ตัวอย่างสิ่งที่ถือเป็นส่วนหนึ่งของบรรจุภัณฑ์ตามเกณฑ์นี้ ได้แก่: แปรงมาสคาร่า ที่เป็นส่วนหนึ่งของฝาปิดตลับมาสคาร่า Label ที่ติดกับบรรจุภัณฑ์ชิ้นอื่น ลวดเย็บกระดาษ ซองพลาสติก &lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/4715777919311656922-2045748865688086744?l=thaipackaging.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/4715777919311656922/posts/default/2045748865688086744'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/4715777919311656922/posts/default/2045748865688086744'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://thaipackaging.blogspot.com/2009/06/blog-post.html' title='บรรจุภัณฑ์คืออะไร'/><author><name>หนุ่ม</name><uri>http://www.blogger.com/profile/11295384231856142650</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author></entry></feed>
