วันศุกร์ที่ 5 มิถุนายน พ.ศ. 2552

บรรจุภัณฑ์กระป๋อง


บรรจุภัณฑ์ประเภทกระป๋อง (CAN)

เป็นบรรจุภัณฑ์ที่ได้รับความนิยมอย่างมาก เนื่องจากการใช้งานที่สะดวก รูปร่างแปลกใหม่ ในบทนี้จะอธิบายวัสดุกระป๋องที่ทำด้วยโลหะและกระป๋องที่ทำด้วยกระดาษจำแนกได้เป็นดังนี้

1. กระป๋องบรรจุอาหารและเครื่องดื่มเป็นการนำโลหะมารีดเป็นแผ่น แล้วนำไปขึ้นรูปตามความ ต้องการได้แก่
1.1 แผ่นเหล็ก เคลือบดีบุก (tinplate) เป็นแผ่นเหล็กดำ (black– plate) ที่มีความหนาระหว่าง 0.15– 0.5 มิลลิเมตร นำ มาเคลือบผิวหน้าด้านเดียวหรือทั้งสองหน้าด้วยดีบุก เพื่อ ให้ทนทานต่อการผุกร่อน และ ไม่เป็นพิษ
1.2 แผ่นเหล็กไม่เคลือบดีบุก แผ่นเหล็กไม่เคลือบดีบุก (tin free steel, TFS) เป็นแผ่นเหล็กดำ ที่นำมาเคลือบด้วยสารอื่นแทนดีบุก เพื่อลดต้นทุนการผลิต
ในปัจจุบันมีการเคลือบอยู่ 3 แบบ คือ
-เคลือบด้วยสารผสมฟอสเฟตและโครเมต เป็นฟิล์มบางๆ ใช้ทำกระป๋องบรรจุเบียร์
น้ำผลไม้ที่มีรสเปรี้ยว และทำถังโลหะชนิดต่างๆ
-เคลือบด้วยอะลูมิเนียม มีความทนทานต่อการกัดกร่อนเนื่องจากความชื้นได้ดี
แต่ไม่สามารถใช้กับอาหารที่มีความเป็นกรดหรือด่างสูง
-เคลือบด้วยโครเมียมและโครเมียมออกไซด์ เพื่อให้สามารถป้องกันการกัดกร่อนได้ดี
นิยมใช้ทำกระป๋องบรรจุอาหารทะเล นมข้นหวาน เป็นต้น
1.3 อะลูมิเนียมหรือโลหะผสมอะลูมิเนียม มีคุณสมบัติเด่นตรงที่มีน้ำหนักเบาทนทานต่อการกัดกร่อน เนื่องจากความชื้น แต่ไม่สามารถใช้กับอาหารที่มีความเป็นกรดเป็นด่างสูง นิยม นำมาใช้กับกระป๋องบรรจุเบียร์ น้ำอัดลม กระป๋องสำหรับฉีดพ่น กระป๋องบรรจุเครื่องสำอาง

2. กระป๋องกระดาษ ( Composite Can ) ประกอบด้วยกระดาษมาตรฐาน 180 กรัม ต่อตารางเมตร นำมาประกอบกับแผ่นอะลูมิเนียมเปลวแล้วประกบกับฟิล์มเอทีลีน ( Ethylene ) อีกชั้นหนึ่ง โดยใช้กระดาษอยู่ที่ชั้นนอก พลาสติกอยู่ชั้นในมีกระบวนการผลิต 2 วิธี

2.1 แบบ Parallel Winding ใช้กระดาษชุบกาวพับรอบแกนทับกันไปเรื่อย ๆ จนได้ความหนาที่ต้องการ นิยมใช้บรรจุสินค้าทีมีน้ำหนักมาก เช่น ถังบรรจุสารเคมี ตู้เย็น เครื่องซักผ้า

2.2 แบบ Spiral Winding เป็นการม้วนกระดาษพับเป็นเกลียวเฉียงขึ้นไป เหมือนกับแกน
ของกระดาษชำระ เมื่อพันเสร็จแล้วยังไม่แห้ง หลังจาปล่อยให้หายแล้วจึงตัดเป็นท่อน
นิยมใช้บรรจุอาหารประเภทขนมขบเคี้ยว