วันพุธที่ 3 มิถุนายน พ.ศ. 2552

บรรจุภัณฑ์โฟม


บรรจุภัณฑ์โฟม


โฟม เกิดขึ้นจากการนำเม็ดพลาสติกมาเติมสารเร่งฟูจำพวกไฮโดรคาร์บอน เช่น เพนเทน ฟรีออน แล้วให้ความร้อน จนถึงจุดหนึ่ง ซึ่งสารเร่งฟูจะเกิดการสลายตัวเป็นก๊าซ พองตัวและแทรกตามจุดต่างๆ ในเนื้อพลาสติก ทำให้เกิดเป็นโพรงที่เรียกว่า เซลล์ จากนั้นนำมา รีดอัดเป็นแผ่นโฟมดิบแล้วจึงผ่านขั้นตอนการบ่ม โดยใช้อุณหภูมิ 100 ํซ. เวลาประมาณ 36 วัน เพื่อให้โฟมเกิดการพองตัว มีความนุ่มและยืดหยุ่นอย่าง ถาวร


พลาสติกที่นิยมใช้ในการผลิตโฟมมีหลายชนิด เช่น พอลิเอทีลีน (PE) พอลิสไตรีน (PS) พอลิยูริเทน (PU) เป็นต้น ชนิดที่นิยมที่สุด คือ PS ซึ่งจะ เรียกว่า พอลิสไตรีน ที่ขยายตัวแล้ว (expanded polystyrene) หรือ เรียกย่อๆ ว่า EPS
เนื่องจากโฟมมีคุณสมบัติเด่นเหนือวัสดุอื่นตรงที่มีความหนาแน่นต่ำ มีความยืดหยุ่นป้องกันการซึมผ่านของไอน้ำได้ดี อีกทั้งขึ้นรูปให้เป็นรูปทรง ต่างๆ ได้ง่าย ซึ่งใช้เงินทุนไม่สูงมากนัก
ดังนั้นบรรจุภัณฑ์โฟมจึงเป็นที่นิยมใช้กันอย่างกว้างขวางในปัจจุบัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับ การบรรจุผลิตภัณฑ์อาหารต่างๆ รูปแบบบรรจุภัณฑ์โฟมบรรจุอาหาร ปัจจุบันพ่อค้าแม่ค้าอาหารตามสั่ง อาหารสำเร็จรูป นิยมใช้กล่องโฟมเป็นภาชนะบรรจุอาหาร เนื่องจากมีความสะดวกรวดเร็ว ซึ่งการนำภาชนะโฟมบรรจุอาหารร้อน จำเป็นต้องระมัดระวัง เนื่องจากการสัมผัสกับอาหารร้อนจัดเป็นระยะเวลานาน อาจทำให้ภาชนะเสียรูป และอาจหลอมละลายจนมีสาร สไตรีน ซึ่งเป็นสารก่อมะเร็งออกมาปนเปื้อนกับอาหารที่บรรจุอยู่ได้

ข้อดีของบรรจุภัณฑ์โฟมเหล่านี้คือ มีน้ำหนักเบา ซึ่งช่วยประหยัดค่าขนส่ง มีความยืดหยุ่น จึงช่วยป้องกันการกระทบกระแทกที่อาจเกิด กับ ผลิตภัณฑ์ในระหว่างการลำเลียงและขนส่ง หาซื้อได้ง่ายในราคาที่ไม่สูงนัก ผิวเรียบ ดูสะอาดและสวยงาม เก็บรักษาความร้อน หรือความเย็นของ ผลิตภัณฑ์อาหารไว้ได้ ไม่ดูดน้ำมันและไม่ดูดน้ำ มีความเป็นกลางและปลอดภัยในการสัมผัสอาหาร

อย่างไรก็ตามบรรจุภัณฑ์ ดังกล่าวก็มีข้อเสีย หลายประการ คือ ไม่เหมาะกับการใช้บรรจุอาหารร้อนจัดที่มีอุณหภูมิเกิน 85 ํซ. หรืออาหารที่เป็นน้ำมันล้วนๆ เป็นบรรจุภัณฑ์แบบใช้ครั้งเดียวทิ้ง การนำไปใช้บรรจุอาหารใหม่จะไม่ปลอดภัยต่อการบริโภค ฝุ่นเกาะติดง่าย จึงต้องระมัดระวังในการเก็บรักษา รัฐบาลควรมีมาตรการการทำลายบรรจุภัณฑ์ที่ใช้แล้วเหล่านี้ก่อนที่ในอนาคตปริมาณการใช้บรรจุภัณฑ์โฟม ที่เพิ่มสูงขึ้นจะก่อให้เกิดปัญหามลภาวะเป็นพิษได้

บรรจุภัณฑ์โฟมบรรจุอาหารมีรูปแบบที่ใช้กันอย่างแพร่หลายดังนี้


1.ถาดแบน มักใช้บรรจุผักผลไม้สด อาหารแห้ง อาหารกึ่งสำเร็จรูปที่จัดเป็นชุดสำเร็จ เพื่อความ สะดวกในการปรุง และอาหารสำเร็จรูปซึ่งห่อรัดด้วยฟิล์มยืดใสที่ทำมาจากพอลิไวนิลคลอไรด์ เพื่อ ป้องกันฝุ่นละออง และช่วยเก็บรักษาความสดของอาหารไว้ในระยะเวลาสั้นๆ ในขณะจัดจำหน่าย


2. ถาดหลุม เช่น ถาดไข่สำหรับบรรจุไข่สดเพื่อการขนส่ง ถาดมังคุดสำหรับบรรจุมังคุดเพื่อการส่งออก เป็นต้น ขนาดของหลุมได้รับการออกแบบให้ เหมาะกับรูปร่างของผลิตภัณฑ์ที่จะบรรจุโดยเฉพาะ เพื่อให้สามารถคุ้มครองผลิตภัณฑ์จากการกระทบกระแทกได้


3. ชามกลม นิยมบรรจุบะหมี่สำเร็จรูปปิดฝาด้วยพลาสติกประกบเมื่อจะรับประทานก็สามารถใช้ชามนั้นเป็นภาชนะได้ กล่องขนาดเล็กที่มีฝาปิด ใช้บรรจุอาหารสำเร็จที่เรียกว่า “fast food” ซึ่งจำหน่ายในภัตตาคารและซุปเปอร์มาร์เก็ตต่างๆ ข้อดี คือ สามารถเก็บรักษาความร้อนของอาหารได้ในระยะเวลาหนึ่ง กล่าวคือ อุณหภูมิ 80 ํซ. จะลดลงเป็น 50 ํซ. ในเวลา 34 ชั่วโมง กล่องชนิดนี้มักได้รับการออกแบบให้ ฝาของมันปิดล็อกได้ และมีช่องเล็กๆ สำ หรับระบายอากาศเพื่อให้ไอร้อนของอาหารสามารถระบายออกไปภายนอก ซึ่งจะช่วยป้องกันอาหารแฉะ* กล่องขนาดใหญ่ที่มีฝาปิด เป็นบรรจุภัณฑ์ขนส่งสำหรับอาหารที่ต้องการเก็บรักษาอุณหภูมิตลอดระยะเวลาการขนส่ง เช่น ข้าวโพดอ่อน อาหารทะเล ซึ่งมีการใส่น้ำแข็งลงไปด้วย


ที่มา มยุรี ภาคลำเจียก